ข่าว
100 year

นักวิชาการผู้พัฒนายาช่วยคนทั่วโลก รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ก.พ. 2563 05:01 น.
SHARE

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิธีพระราชรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 โดยปีนี้มีผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 66 ราย จาก 35 ประเทศ สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศ.ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิลยู บาร์เทนชลากเกอร์ หัวหน้าภาควิชาโรคติดเชื้อ อณูไวรัสวิทยา มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก และหัวหน้าหน่วยไวรัสที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งเยอรมนี สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มีผลงานที่โดดเด่นในการศึกษาเกี่ยวกับวงจรชีวิตของไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus หรือ HCV) นำไปสู่องค์ความรู้ในการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง มีความจำเพาะ และปลอดภัย ส่วนทางด้านสาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศ.นพ.เดวิด เมบี จากสาขาโรคติดต่อ และภาควิชาวิจัยคลินิก วิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร ผู้ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคริดสีดวงตามากว่า 30 ปี โรคริดสีดวงตาเป็นการติดเชื้อของตาที่ทำให้ตาบอดได้บ่อยที่สุด จากผลงานการให้บริการเพื่อพัฒนาสุขภาพในเอเชียและแอฟริกา ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนหลายล้านคนทั่วโลกดีขึ้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้ฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี พ.ศ.2562 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล พร้อมคู่สมรส ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร ในพระบรมมหาราชวัง

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสว่า การศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อป้องกันและบำบัดรักษาโรคใดโรคหนึ่งนั้น มิใช่สิ่งที่อาจกระทำได้ง่ายนัก และโดยมากก็มิได้เกิดจากการค้นพบโดยบังเอิญ หากเป็นผลจากความมุ่งมั่นตั้งใจและความวิริยอุตสาหะอย่างยิ่งยวดของบุคคลผู้อุทิศตนทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ และความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ แม้การศึกษาค้นคว้าวิจัยดังกล่าวจะเป็นการมุ่งศึกษาเฉพาะปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งของโรคหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งซึ่งเป็นแหล่งระบาดของโรคก็ตาม แต่ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ คือการพัฒนาแนวทางหรือวิธีการที่จะป้องกัน รักษา และขจัดโรคนั้นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังเช่นผลงานการศึกษาวงจรชีวิตไวรัสตับอักเสบซี ของ ศ.ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิลยู บาร์เทนชลากเกอร์ ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญในการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง อันอำนวยประโยชน์แก่การรักษาโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีในผู้ป่วยทั่วโลก และผลงานการศึกษาเกี่ยวกับการให้ยารักษาโรคริดสีดวงตาในประเทศแกมเบียและแทนซาเนียของ ศ.นพ.เดวิด เมบี ซึ่งนำไปสู่นโยบายการกำจัดโรคริดสีดวงตาขององค์การอนามัยโลก อันมีความหวังที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ศ.นพ.เดวิด เมบี, ศ.ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิลยู บาร์เทนชลากเกอร์ (3-4 จากซ้าย) เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562.

โอกาสเดียวกันนี้ ศ.นพ.เดวิด เมบี กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ตนได้มีโอกาสศึกษาพระราชประวัติของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้ทราบถึงความตั้งใจมุ่งมั่นในการทรงงานยังประโยชน์แก่วงการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตนมีโอกาสในการที่จะเข้าไปรักษาคนไข้โรคริดสีดวงตา ซึ่งเป็นโรคที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ หรือเป็นโรคคนจน โดยเฉพาะประเทศแถบแอฟริกาในเขตร้อน หลังจากมีการค้นพบยา ทำให้การรักษามีความสะดวกและช่วยคนได้มากขึ้น ทำให้ตัวเองรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วย

ด้าน ศ.ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิลยู บาร์เทนชลากเกอร์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนทีมคณะทำงานรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ได้รับรางวัลนี้ ในการทำงานต้องใช้เวลาถึง 7 ปีกว่าจะสำเร็จ และอีกปัญหาสำคัญคือ การจะทำอย่างไรให้ทีมงานไม่ท้อถอย และมีความมุ่งมั่นจนท้ายที่สุดก็ประสบความสำเร็จสามารถค้นพบยาแอนตี้ไวรัสชนิดนี้ได้ ในอนาคตอยากรักษาคนให้มากกว่านี้ และทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น ด้วยการทำให้ราคายาถูกลง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลพิธีพระราชรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562นักวิชาการสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ