ข่าว
100 year

5 ขัตติยนารีคู่แผ่นดิน รัชกาลที่ 10

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

หาก “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงเปรียบดุจ “พระอาทิตย์ทอแสงร้อนแรง” เปี่ยมด้วยพระบารมีปกเกล้าแผ่ไพศาลไปทั้งแผ่นดิน เหล่าขัตติยนารีทั้ง 5 คู่แผ่นดิน รัชกาลที่ 10 ก็ไม่ต่างจาก “จันทร์กระจ่างฟ้า” ที่เป็นมิ่งขวัญแรงใจของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่เป็นกำลังสำคัญของราชวงศ์จักรีในการรับใช้ประชาชนและชาติบ้านเมือง

“สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” แม่ผู้ประเสริฐ สตรีที่เทิดทูนเหนือใคร

ในฐานะ “สมเด็จแม่” มิเพียงแต่จะเป็นแม่ที่ห่วงใย และเอาพระทัยใส่ในการเลี้ยงดูพระราชโอรสและพระราชธิดา ยังทรงเป็นแบบอย่างอันประเสริฐยิ่งในเรื่องความเสียสละ และการทุ่มเทพระองค์เพื่อทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทรงเน้นย้ำกับพระราชโอรสและพระราชธิดามาตลอดถึงหน้าที่ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในฐานะพระราชวงศ์ไทย

“เมื่อคนเขายกย่องนับถือให้เป็นประมุขเท่าไร เราต้องรู้สึกว่าเรา ต้องทำงานให้หนัก กว่าทุกคน ต้องมีความรับผิดชอบ มีความเสียสละ ข้อสำคัญเป็นคนดีให้รู้จักเสียสละ ยิ่งเกิดมาในตำแหน่งลูกของประมุขแล้ว ก็ยิ่งต้องเสียสละมากขึ้น ต้องทั้งเรียนและต้องทั้งทำงานไปด้วย และก็ต้องพยายามทำให้ดี...”

“สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” มักจะรับสั่งกับพระราชโอรสและพระราชธิดาเสมอว่า ความสุขของแม่จะไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่ได้เห็นลูกๆมีความผูกพันรักใคร่กัน ช่วยเหลือกัน และเป็นกำลังสำคัญของพระราชวงศ์ในการที่จะรับใช้บ้านเมือง เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า “พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ทรงเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัวตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงโรแมนติก มีความละเอียดอ่อนกับความรักความอบอุ่นในครอบครัวมาก ขณะเดียวกัน ก็ทรงแสดงออกถึงความรักความผูกพันและความกตัญญูที่มีต่อ “สมเด็จแม่” มาตลอด โดยหลายครั้งปรากฏในรูปแบบของบทพระราชนิพนธ์อันลึกซึ้งกินใจ

“สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” น้องน้อยผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข แบ่งเบาพระราชภารกิจหนักอึ้ง

เมื่อครั้งได้รับการเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็น “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ทรงได้รับการยกย่องจาก “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ว่า “ทรงเป็นพระกนิษฐาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงเจริญพระชนมายุ ก็ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจสนองพระเดชพระคุณสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ด้วยพระวิริยอุตสาหะ เป็นคุณูปการแก่ประเทศชาติ และอาณาประชาราษฎร์อย่างใหญ่หลวงเป็นอเนกประการ ครั้นในรัชกาลปัจจุบัน ก็ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ และช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจน้อยใหญ่ที่สืบเนื่องมาแต่ครั้งรัชสมัยสมเด็จพระบรมชนกนาถให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควร จะยกย่องพระเกียรติยศตามฐานะแห่งพระบรมราชวงศ์”...พระ บรมราชโองการดังกล่าวบ่งชี้ชัดถึง ความเป็น “น้องน้อยของพี่ชาย” ที่ผูกพันรักใคร่และร่วมทุกข์ร่วมสุขเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตั้งแต่เยาว์วัย

“สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” พระคู่ขวัญคู่พระราชหฤทัย

นับได้ว่าทรงเป็นต้นแบบของ “พระบรมราชินียุคใหม่” ที่องอาจเข้มแข็งงามสง่า เคียงบ่าเคียงไหล่เป็นพระคู่ขวัญคู่พระราชหฤทัยใน “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” อย่างแท้จริง พร้อมบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ นำความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ

ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” ถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดียิ่ง เพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เอง โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ทรงมุ่งมั่นคือ การถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด ในฐานะราชองครักษ์ผู้แข็งแกร่ง อีกทั้งทรงเป็นพระบรมราชินีที่สง่างาม องอาจ เข้มแข็ง และมีระเบียบวินัย ตามแบบฉบับของทหารอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ก็ทรงได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างมากในพระจริยวัตรอันงดงามอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเป็นส่วนผสมที่หาได้ยากยิ่ง

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” ความภูมิใจของพ่อ

เนื่องด้วยเป็นพระราชธิดาองค์แรกของ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว” จึงทรงสนิทสนมรักใคร่กับทูลกระหม่อมพ่อมาก เป็นพระราชธิดาที่รู้พระทัยทูลกระหม่อมพ่อที่สุด อีกทั้งยังเป็นความภูมิใจของทูลกระหม่อมพ่อ เพราะทรงถอดแบบในเรื่องความองอาจเข้มแข็ง และพระจริยวัตรอันงดงามน่าชื่นชม เป็นที่รักใคร่อย่างยิ่งของประชาชนชาวไทย ทรงถือเป็นพระราชวงศ์รุ่นใหม่ที่เป็นแบบอย่างในทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องความกตัญญู, ความเสียสละ และการทุ่มเทพระองค์เพื่อทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ทรงมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิงและเด็ก ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และสามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ขณะเดียวกัน ทรงได้รับการยอมรับจากวงการระบบงานยุติธรรมโลก ในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ผู้ทรงมุ่งมั่นผลักดันการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของสังคมและประเทศชาติ โดยทรงได้รับการทูลถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบงานยุติธรรมทางอาญาจากสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ พร้อมเดินสายเป็นตัวแทนประเทศไทยขึ้นกล่าวปาฐกถาบนเวทีใหญ่ๆ ระดับโลก

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน ราชกัญญา” รอยยิ้มของพ่อ

ในบรรดาพระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์ คงไม่มีผู้ใดจะมีความเบิกบานสดใสร่าเริงได้เท่ากับ “ท่านหญิง” ของ “ทูลกระหม่อมพ่อ” ด้วยความเป็นพระราชธิดาองค์เล็ก จึงได้รับการประคบประหงมเอาใจใส่เอ็นดูเป็นพิเศษ และออกจะมีสีสันในชีวิตมากกว่าใคร ทรงมีแบบฉบับในการเป็นเจ้าหญิงยุคใหม่อย่างแท้จริง มีพระสิริโฉมงดงามและสไตล์แฟชั่น
ที่โดดเด่น จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นแฟชั่นไอคอนระดับต้นๆของพระ ราชวงศ์โลก นอกจากจะมีพรสวรรค์ด้านแฟชั่นและดีไซน์จนเป็นที่เลื่องลือแล้ว ยังมีพระปรีชาสามารถหลากหลายในด้านกีฬาแบดมินตันและขี่ม้า โดยได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นตัวแทนทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์มาครอง.

ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาข่าวทั่วไป