สมาชิก
2 เจ้าฟ้าหญิง อวยพรปีใหม่ พระราชทาน ส.ค.ส.

2 เจ้าฟ้าหญิง อวยพรปีใหม่ พระราชทาน ส.ค.ส.

-ก+

แชร์ข่าว

"ตู่" ลุยลดอุบัติเหตุ ตร.ทุ่ม 8 หมื่นนาย บขส.เพิ่มเที่ยวรถ

พสกนิกรปลื้มปีติ สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอฯ 2 พระองค์ พระราชทาน ส.ค.ส.ปีใหม่ 2563 พร้อมคำอวยพรให้ประชาชนชาวไทย ด้านนายกรัฐมนตรีเปิดงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ปลอดภัยเมาไม่ขับ ประกาศให้อุบัติเหตุปีใหม่ปีนี้ เป็นศูนย์ ขณะที่ตำรวจระดมกำลัง 8 หมื่นนายอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด ส่วน บขส.จัดรถเพิ่มเต็มพิกัดรองรับประชาชนที่คาดแห่กลับบ้านช่วง 26-28 ธ.ค.

ประชาชนไทยพร้อมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยความปลื้มปีติ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. สมเด็จ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานบัตรอวยพร ส.ค.ส. ปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ให้ประชาชนในโอกาสเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยเป็นภาพพระฉายาลักษณ์ทรงงานในชุดข้าราชการอัยการ กระทรวงยุติธรรม ภายในมีข้อความ Season’s Greetings and best wishes for A Very Happy New Year พร้อมลงลายพระหัตถ์ พัชรกิติยาภา ในวโรกาสเดียวกันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ก็พระราชทานบัตรอวยพร ส.ค.ส. ปีใหม่ พุทธศักราช 2563 ให้ประชาชนด้วย โดยหน้าปกบัตรอวยพรตรงกลางเป็นอักษรพระนามย่อ ส.ร. ด้านในมี 4 หน้า หน้าแรกเป็นอักษรพระนามย่อ ส.ร. อยู่ด้านบน ตรงกลางมีข้อความอวยพร ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ว่า “Wishing you happiness and a new year filled with joy. Vous souhaite pleine de bonheur et une nouvelle annee pleine de joic” พร้อมลงลายพระหัตถ์ อีก 3 หน้าของ ส.ค.ส.ยังมีพระฉายาลักษณ์ในพระอิริยาบถต่างๆ

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม ศปก.ตร.ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 63 พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. ตำรวจเกือบ 80,000 นาย และภาคีเครือข่าย พร้อมปฏิบัติงานลดอุบัติเหตุอย่างเต็มรูปแบบ โดยทางศูนย์ฯจะติดตามสภาพการเดินทางของประชาชนอย่างใกล้ชิด และดำเนินการต่อเนื่องถึงวันที่ 3 ม.ค.63 ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาในเส้นทางใด แต่จะเฝ้าระวังใกล้ชิดในเส้นทางที่มักมีปัญหาการจราจรติดขัด เช่น ช่วงถนนมิตรภาพ กลางดงรวมถึงในพื้นที่จังหวัดที่มีตัวเลขการสูญเสียสูง ขณะนี้แม้จะเริ่มมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว แต่คาดว่าวันที่ 27 ธ.ค. จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตำรวจจะเน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงเส้นทางรอง เส้นทางเลี่ยง และเตรียมเปิดช่องทาง พิเศษไว้แล้วขอให้ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางด้วย

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สั่งการให้จัดพนักงานสอบสวนส่วนหน้าประจำในเส้นทางหลัก ถ้าเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุให้เข้าไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ และให้เร่งแยกคู่กรณีโดยเร็ว ส่วนการตั้งด่านในช่วงปีใหม่จะเน้นถนนสายรอง และเน้นการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก ตลอดจนตรวจวัดแอลกอฮอล์เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพราะที่ผ่านๆมา อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดมากถนนสายรอง ส่วนมาตรการยึดรถจากผู้เมาแล้วขับให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนพิจารณาตัดสินใจ นอกจากนี้ จะตั้งด่าน จุดสกัดบนถนนหลายสายใน กทม.เพื่อป้องกันการแข่งรถ ยืนยันตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยการจัดงานปีใหม่ และสวดมนต์ข้ามปีอย่างเต็มที่

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมบริหาร ตร.ครั้งที่ 11/2563 ส่งท้ายปี 2562 โดยผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรจะอวยพรหรือฝากถึงข้าราชการตำรวจ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 63 หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวพร้อมกับยิ้มมุมปากว่า “ขอพูดในภาพรวมแล้วกันนะ ขอให้ทุกคนมีความสุขในปี 2563 ครับ” จากนั้นเดินเข้าห้องประชุมอย่างอารมณ์ดี

ส่วน จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.นนทวร สีอินทร์ ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 6 ให้ตำรวจทั่วประเทศช่วยกันรณรงค์เทศกาลปีใหม่ในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562-2 มกราคม 2563ทางสภ. เมืองอุตรดิตถ์ ได้นำ ร.ต.ต.เฉย ทนได้ (หุ่นหมวดเฉย) ติดไฟกะพริบไปติดตั้งตามจุดเสี่ยงต่างๆคือทางสี่แยกเข้าเมืองอุตรดิตถ์ (แยกช้าง ม้า วัว ควาย) และบริเวณทางลอดอุโมงค์ สี่แยกวังสีสูบขาขึ้น มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ ถนนสายอุตรดิตถ์-เด่นชัย เพื่อเป็นการเตือนผู้ที่ใช้รถใช้ถนนเป็นการลดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ พร้อมกันนี้ยังทำป้ายเตือนทุกแยกในถนนสายหลักและสายรอง

อีกด้านหนึ่งเมื่อเวลา 16.00 น. ที่อาคารผู้โดยสารภาคกลาง ชั้น 1 สถานีขนส่งหมอชิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ปลอดภัย เมาไม่ขับ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่

เมื่อปี 62 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิต 463 คน บาดเจ็บ 3,892 คน สาเหตุหลักใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับรถเร็ว ง่วงแล้วขับและขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด การไม่สวมหมวกกันน็อก การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร มูลนิธิเมาไม่ขับ ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์และนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อขอเสนอให้พิจารณาแก้ไขบทลงโทษผู้เมาแล้วขับชนคนตาย จากจำคุก 3-10 ปี เป็นจำคุกตั้งแต่ 12-15 ปี เพื่อเกิดความเกรงกลัวมากขึ้น ทั้งเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการกับสถานประกอบการ ร้านค้า ที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานว่า มาตรการป้องกันและดูแลความปลอดภัยนั้นไม่ใช่แค่เทศกาลปีใหม่ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายตนเห็นยังมีความขัดแย้งบ้าง เช่น เมาแล้วบอกไม่เมา ขนาดเป่าแล้วเดินไม่ตรงก็ยังบอกไม่เมา ที่สำคัญคือต้องแก้ที่ต้นทาง ต่อให้มีเครื่องมือมากมายหรือมีมาตรการใดออกมาก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุได้ หากไม่เริ่มแก้ที่จิตสำนึกทุกคน ยึด 3 อย่าง คือ รักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่นที่ขับรถบนท้องถนน ทำไมเราไม่ทำให้เทศกาลต่างๆเป็นเทศกาลแห่งความสุข ทุกคนต้องมีสติ ถ้าขับเกิน 80 พระไม่อยู่แล้ว ตนคาดหวังว่าปีใหม่นี้ต้องช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียให้ได้มากที่สุดเป็น 0 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ตนไม่ได้เดินทางไปไหน แต่จะคอยติดตามผล พร้อมสวดมนต์ให้ทุกคนปลอดภัย

นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่าการเดินรถวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2563 บขส. คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดต่างๆทั่วทุกภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 26-28 ธันวาคม 2562 บขส.เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถบขส., รถร่วม, รถตู้) รองรับประชาชน ในเที่ยวไป จากปกติวันละประมาณ 5,419 เที่ยว เพิ่มขึ้นประมาณ 2,800 เที่ยว รวมกว่า 8,219 เที่ยว สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละ 165,802 คน ทั้งนี้ คาดว่าประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา ในวันที่ 27-28 ธันวาคม 2562 มากที่สุดไม่ต่ำกว่า 160,000 คน

ส่วนเที่ยวกลับตั้งแต่วันที่ 1-3 มกราคม 2563 บขส.จัดเที่ยววิ่งจากปกติ วันละ 5,486 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 2,118 เที่ยว รวม 7,604 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 141,788 คน สำหรับการเดินทางในเที่ยวขากลับ คาดว่าผู้โดยสารจะทยอยเดินทางด้วยรถตู้โดยสารเป็นจำนวนมาก ทำให้จำนวนเที่ยววิ่งของรถตู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้นแต่จำนวนผู้โดยสารลดลง เนื่องจากรถตู้โดยสารมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 14 ที่นั่ง/เที่ยววิ่ง ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มีผู้ประกอบการนำรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) มาวิ่งให้บริการ เที่ยวไประหว่างวันที่ 26-31 ธันวาคม 2562 จำนวน 1,600 คัน รองรับผู้โดยสารได้ 64,000 คน และเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 1-3 มกราคม 2563 จำนวน 450 คัน รองรับผู้โดยสารได้ 19,800 คน เส้นทางที่มีการนำรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) มากที่สุด ได้แก่ เพชรบูรณ์ แม่สอด อุบลราชธานี หาดใหญ่ และตราด เป็นต้น