ข่าว
100 year

เสด็จเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช 471

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ต.ค. 2562 05:20 น.
SHARE

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช หมายเลข 471 เรือรบฟริเกตชั้น 1 ของกองทัพเรือ เข้าประจำการทดแทนเรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย ปฏิบัติภารกิจปกป้องน่านน้ำและผลประโยชน์ทางทะเลไทย ในกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นับเป็นพระราชพิธีเจิมเรือรบครั้งแรกในรัชสมัยของรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช 471 เป็นลำแรกในรัชสมัยรัชกาลที่ 10 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 16 ต.ค. พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ณ ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พล.ร.ท.วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พล.ต.ต.ประการ ประจง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี น.ส.นภาวรรณ ขุนอักษร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการกองทัพเรือ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือ กราบบังคมทูล รายงานความเป็นมาการต่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช และกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธี เจิมเรือยังบริเวณหัวเรือ ทรงเจิมที่แผ่นป้ายชื่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชแล้วทรงคล้องพวงมาลัยบริเวณใต้แผ่นชื่อ ต่อจากนั้นเสด็จเข้าภายในเรือทอดพระเนตรห้องศูนย์ยุทธการและห้องโถงนายทหาร ทรงลง พระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุดลงพระปรมาภิไธย ก่อนเสด็จลงจากเรือ และเสด็จพระราชดำเนิน กลับ ทั้งนี้ พระราชพิธีเจิมเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของรัชกาลที่ 10

สำหรับเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงที่กองทัพเรือจัดหาจากสาธารณรัฐ เกาหลี เพื่อใช้ในภารกิจป้องกันประเทศและการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทดแทนเรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ปลดระวางไป ใช้ปีงบประมาณ 2556-2561 วงเงินประมาณ 14,600 ล้านบาท ว่าจ้างบริษัท DaewooShipbuilding & Marine Engineering หรือ DSME เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างส่งมอบตามสัญญาเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2561 ก่อนนำเรือเดินทางมาถึงประเทศไทยทำพิธีรับมอบเรือ ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2562 โดย มีหมายเลขเรือคือ 471 จัดเป็นเรือรบประเภทเรือ ฟริเกต ขึ้นการบังคับบัญชากับกองเรือฟริเกตที่ 1 กองเรือยุทธการ เป็นเรือรบชั้น 1 ของกองทัพเรือ มีกำลังพลประจำเรือ 141 นาย ออกแบบและสร้างตามมาตรฐานทางทหารของกองทัพเรือชั้นนำ ระวางขับน้ำสูงสุด 3,700 ตัน ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ CODAG (Combined Diesel and Gas Turbine) ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 30 นอต ระยะปฏิบัติการในทะเลที่ความเร็ว 18 นอตมากกว่า 4,000 ไมล์ทะเล มีความคงทนทะเลสูงถึงภาวะทะเลระดับ 8 หรือความสูงคลื่นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุงไม่น้อยกว่า 21 วัน ออกแบบโดยใช้ Stealth Technology เพื่อลดขนาดพื้นที่หน้าตัดการสะท้อนคลื่นเรดาร์ ลดการแผ่รังสีความร้อนจากตัวเรือ และลดการแพร่คลื่นเสียงใต้น้ำ ทำให้ยากต่อการถูกตรวจจับและพิสูจน์ทราบ

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช 471 สามารถปฏิบัติ การรบทั้ง 3 มิติ ได้แก่ รบผิวน้ำ ปราบเรือดำน้ำ และป้องกันภัยทางอากาศ รวมทั้งโจมตีที่หมายชายฝั่งด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี สามารถนำเฮลิคอปเตอร์ขนาดไม่เกิน 10 ตันไปกับเรือได้ 1 ลำ เช่น เฮลิคอปเตอร์แบบ S-70B Sea Hawk หรือแบบ MH 60 S Knight Hawk นอกจากนั้นยังสามารถตรวจการณ์ และการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทุกมิติทุกระยะด้วยอุปกรณ์ตรวจจับที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ เรดาร์ตรวจการณ์พื้นน้ำและอากาศ แบบ AMB-EP เรดาร์ตรวจการณ์ทางอากาศระยะไกลแบบ AMB ER โซนาร์แบบ DSQS-24C โซนาร์ลากท้ายแบบ ACTAS-20 ระบบดักรับการแพร่คลื่นเรดาร์ R-ESM และดักรับการแพร่คลื่นวิทยุ C-ESM เป็นต้น ติดตั้งระบบอาวุธที่ทันสมัยประสิทธิภาพสูง ได้แก่ ปืนหลักแบบ 76/62 Super Rapid Multi-Feed ปืนกลรองแบบ 30 มม. MSI อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นแบบ Harpoon Block II อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบ ESSM ระบบป้องกันตนเองระยะประชิดแบบ Phalanx ตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำแบบ MK 54 และระบบแท่นยิงเป้าลวงต่อต้านอาวุธปล่อยนำวิถีและตอร์ปิโดแบบ Soft Kil Weapon System (SKWS) DL-12T และแบบ MK 137

ในส่วนการบริหารจัดการการรบหรือ Combat Management เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชได้รับการติดตั้งระบบอำนวยการรบ SAAB 9 LV MK 4 ที่ใช้เป็นมาตรฐานในเรือรบหลักของกองทัพเรือ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี หรือ Tactical Data Link กับเรือฟริเกตชุด เรือหลวงนเรศวรและเรือหลวงจักรีนฤเบศร รวมถึงเครื่องบินตรวจการณ์ และเตือนภัยล่วงหน้า SAAB 340 AEW8C Erieye และเครื่องบินขับไล่ JAS-39 Gripen ของกองทัพอากาศ ทำให้ทุกหน่วยในพื้นที่การรบสามารถเห็น และเข้าใจภาพสถานการณ์เดียวกันได้ เป็นการทวีกำลังขีดความสามารถปฏิบัติการร่วมรบในลักษณะกองเรือ Battle Group กับกองทัพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชยังมีขีดความสามารถ ปฏิบัติการทางทะเลได้หลากหลายภารกิจ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมาย ตรวจค้นเรือต้องสงสัยด้วยเรือ RHIB ที่มีความเร็วสูงมากกว่า 40 นอต 2 ลำ ต่อต้านการก่อการร้าย ปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตรวจจับการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันและกลุ่มก๊าซที่ลอยในอากาศ และยังถูกออกแบบให้มีขีดความสามารถในการอยู่รอดขณะปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของสารนิวเคลียร์ เคมี และชีวภาพที่เป็นอันตราย รวมทั้งปรับใช้พื้นที่ในโรงเก็บ เฮลิคอปเตอร์ให้เป็นที่พักชั่วคราวของผู้ประสบภัยได้ สนับสนุนการส่งกลับทางสายแพทย์ หรือ MEDVAC จากพื้นที่ประสบภัยบนฝั่งมายังเรือ หรือจากเรือไปยังโรงพยาบาลบนฝั่ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชเรือรบหลวงภูมิพลฐานทัพเรือสัตหีบสัตหีบชลบุรีพระราชพิธีเจิมเรือรบข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป