king10
ไลฟ์สไตล์
100 year

ร.10 เสด็จฯ เลียบพระนครทางชลมารค ครั้งแรกในรอบ 94 ปี

เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้ชื่นชมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ในวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 15.30 น. อย่างเข้าใจและซาบซึ้งในพระราชพิธีสำคัญนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้มาร่วมอธิบายประวัติความเป็นมาพระราชพิธีบรมราชาภิเษกการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้ ณ หอประชุม กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อเร็วๆนี้

โอกาสนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม ได้อธิบายว่า การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในอดีตพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แบ่งเป็น 2 ช่วงนอกจากพระราชพิธีถวายน้ำอภิเษก สวมมงกุฎ ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชาแล้ว พระราชพิธียังจะประกอบด้วยการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค หรือทางบก และทางชลมารค หรือทางน้ำ การเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครนี้เป็นวิธีเดียวที่พระเจ้าแผ่นดินได้ทอดพระเนตรชมบ้านเมือง แล้วให้ประชาชนได้ชมพระบารมีด้วย

การเสด็จเลียบพระนครที่ผ่านมา อาจทำในเวลาเดียวกัน หรือเว้นช่วง เพราะการเสด็จเลียบพระนครทางชลมารค ต้องดูดินฟ้าอากาศ ดูกระแสน้ำ และต้องเตรียมขบวนเรือ ต้องมีการเตรียมการณ์ล่วงหน้า ในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 มีการเสด็จเลียบพระนคร ทางบกและทางน้ำจัดต่อเนื่องกัน ในสมัยรัชกาลที่ 8 ไม่มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ส่วนสมัยรัชกาลที่ 9 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในปี 2493 มีการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค แต่งดทางชลมารค เพราะพระองค์ท่านต้องเสด็จฯกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสมัยรัชกาลที่ 9 มีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค แต่เป็นการถวายผ้าพระกฐิน ไม่ใช่เป็นการเสด็จเลียบพระนคร ดังนั้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในรอบ 94 ปี นับตั้งแต่ปี 2468 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 7

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอธิบายต่อว่า สำหรับขบวนพยุหยาตรานั้นหมายถึง การเดินทางไปเป็นขบวน ดังนั้นจึงต้องจัดเป็นริ้วแถว มีความสง่างาม เคลื่อนเป็นขบวน ซึ่งขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ได้จัดขบวนเรือตามแบบแผนที่มากำหนดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นพยุหยาตราใหญ่ 52 ลำ แบ่งเป็น 5 แถว เต็มลำแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีความงดงามมาก ถ้ามองในมุมสูง ขบวนเรือ 5 แถวนั้นแบ่งเป็น แถวนอก 2 แถว แถวใน 2 แถว และตรงกลาง ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่ง แถวนอก ประกอบด้วยเรือดั้ง เรือไม้ทาสีน้ำมันไม่มีลวดลาย ข้างละ 11 ลำ เรือแซงอีก 3 ลำ แถวชั้นใน ขนาบข้างเรือพระที่นั่ง จะเป็นเรือรูปสัตว์ หัวเรือจะเป็นรูปสัตว์ เทวดา อาทิ เรือทองขวัญฟ้า, เรือทองบ้าบิ่น เป็นต้น

สำหรับตรงกลางเรือพระที่นั่ง ประกอบด้วยเรืออิสริยยศ นำด้วยเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชที่ใช้ในการเรืออัญเชิญพระพุทธรูป นำขบวนเสด็จฯ ส่วนเรือพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี จะเป็น “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” ถัดมาจะเป็น เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ใช้เป็นเรือพระที่นั่งพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ตามเสด็จฯปิดท้าย เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นเรือสำรอง ไม่มีผู้ใดประทับ สำหรับการพายเรือ ในส่วนเรือพระที่นั่งจะพาย “ท่านกบิน” ซึ่งเป็นท่าที่งดงามที่สุด นอกจากนี้ตลอดการเคลื่อนขบวนเรือ จะมีการเห่เรือ ซึ่งประกอบด้วย 3 หมวด คือ การสรรเสริญพระบารมี, ชมความงามของเรือต่างๆ และชมพระนคร ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ต.ค.นี้ จึงอยากให้คนไทยได้ชื่นชมประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนาน และร่วมชมความงดงามและความภูมิใจในศิลปวัฒนธรรม จารีต ประเพณีของเรา.

เกร็ดความรู้พระราชพิธีร.10พระราชพิธีบรมราชาภิเษกขบวนพยุหยาตราทางชลมารควิษณุ เครืองามกรมประชาสัมพันธ์บรมราชาภิเษก
thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 11:28 น.