ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์ยอดกตัญญู สู่พระราชบิดาผู้อ่อนโยน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์28 ก.ค. 2562 06:01 น.
    SHARE

    “...หน้าที่ของเราที่จะต้องสนองพระคุณท่านให้ดีที่สุด โดยสุดกำลังความสามารถ มิใช่แต่เฉพาะเลี้ยงดูบำรุงรักษาท่านตามที่มักพูดกัน แต่หากด้วยการประพฤติปฏิบัติอันเหมาะอันควร อันเป็นประโยชน์เกื้อกูลต่างๆทุกประการด้วย เป็นการบูชาพระคุณท่านด้วยปฏิบัติบูชา...ความสุขของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนีนั้น ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่ได้ทรงเห็นพระราชโอรสและพระราชธิดา มีความผูกพันรักใคร่กัน ช่วยเหลือกัน และเป็นกำลังสำคัญของพระราชวงศ์ในการที่จะรับใช้บ้านเมือง พระองค์ท่านทรงเป็นตัวอย่างอันประเสริฐอยู่แล้ว แล้วเราก็มีหน้าที่ที่จะต้องรับใช้พระองค์ท่านตามความสามารถของเรา ยึดพระองค์เป็นหลักชัย แล้วก็ถวายการรับใช้สุดความสามารถของเรา”...พระราชดำรัสดังกล่าวของ “พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ที่พระราชทานไว้ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ สะท้อนได้ดีถึงความเป็นพระราชโอรสผู้ประเสริฐ ทรงเปี่ยมด้วยความรักความกตัญญู ทรงเทิดทูนเคารพบูชาสมเด็จพระบรมชนกนาถ “พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” และสมเด็จพระบรมราชชนนี “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” อย่างหาที่สุดมิได้

    ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ยังดำรงพระอิสริยยศเป็น “สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงตั้งพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะสนองพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดพระปรีชาสามารถ เพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้งของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี โดยทรงเอาพระทัยใส่สนองพระราชกรณียกิจต่างๆ ทั้งในฐานะพระราชองครักษ์พิเศษ ตามเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆด้วยเสมอ ตลอดจนทุ่มเทปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ในทุกด้าน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขคืนรอยยิ้มให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา การศาสนา การสาธารณสุข การสังคม การทหาร การต่างประเทศ และการกีฬา แม้จะเป็นพระราชภารกิจอันหนักอึ้งต่อเนื่องยาวนานไม่มีวันจบสิ้น แต่ก็ทรงปฏิบัติอย่างมีพระวิริยะ พระอุตสาหะ และพระขันติธรรม โดยมิได้ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก ทั้งนี้ ก็เพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ และเพื่อให้สมกับที่ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้รับพระราชภาระสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ดำรงพระองค์เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทย โดยจะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์แก่อาณาประชาราษฎร์สืบไป ดังที่ทรงให้คำมั่นไว้ว่า

    “จะปฏิบัติราชการสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ตามสติปัญญา และความสามารถที่มีอยู่ จะพยายามทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเท่าที่จะทำได้”

    ไม่เพียงแต่จะเป็นพระราชโอรสผู้ประเสริฐ ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้งจากสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี มาต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ แต่ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ยังทรงมีพระจริยวัตรอันงดงามในอีกแง่มุมหนึ่ง คือทรงเป็น “พระราชบิดาผู้อ่อนโยน” เป็นที่ประจักษ์ชัดถึงความรัก ความหวังดี และความทะนุถนอมละมุนละไมที่ทรงมีต่อพระราชธิดาและพระราชโอรส ดังปรากฏในพระราชดำรัสต่างๆที่พระราชทานสัมภาษณ์ไว้ในนิตยสารดิฉัน และสกุลไทย

    ทรงเป็นพระราชบิดาที่เพียบพร้อมด้วยความหวังดีต่อพระราชธิดาพระราชโอรส และมีแนวพระราชดำริที่ทันสมัย

    “ในการเป็นพ่อ เราก็อยากให้ลูกเค้าสมใจในสิ่งที่เค้าปรารถนา อยากให้เค้ามีโอกาส หรือมีความพร้อมที่จะดำรงชีวิตในวิถีทางที่เค้าเลือกในทางที่ดี อยากให้เค้ามีความพร้อม และโตขึ้นมาด้วยความมั่นใจสบายใจ ก็สรุปได้ว่า เค้าพร้อมที่จะเลือกชีวิตของเค้าในทางที่ถูกต้อง แล้วก็อยากให้เค้ามีความสุขตามที่เค้าเลือก”

    ทรงมุ่งหวังให้พระราชธิดาพระราชโอรสเติบใหญ่ขึ้น โดยมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

    “ส่วนมากเข้มงวดเรื่องทางด้านสุขภาพ กินเป็นเวลา นอนเป็นเวลา ลูกต้องทานของที่เป็นประโยชน์ทางด้านร่างกายและสุขภาพ มีความสะอาดของร่างกาย สุขภาพอนามัย การออกกำลังกาย หรือการพัฒนาตามวัย ทางด้านจิตใจ ส่วนมากก็เน้นเรื่องกิริยามารยาทใดๆที่เด็กควรจะรู้ ก็พยายามติดตาม”

    ทรงเน้นย้ำเรื่องการวางรากฐานด้านการศึกษา และเก็บ เกี่ยวประสบการณ์มาทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง

    “คนเรานี่เติบโตขึ้นมาเร็วมาก วันเวลาก็ผ่านมาเร็วมาก ฉะนั้นเวลาที่อยู่ในวัยเรียนก็ควรอุทิศให้แก่การศึกษา และพัฒนาตนเองให้มากที่สุด การศึกษาทั้งในห้องเรียนและกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น เล่นกีฬา ดนตรี ตลอดจนปูพื้นฐานในการสร้างทักษะด้านงานอดิเรก ความรู้รอบตัวทั้งหลาย เคยบอกลูกๆว่าเวลาเที่ยวเตร่สนุกสนานมันไม่หนีไปไหนหรอก แต่เวลาที่เราจะมีโอกาสฝึกฝนตนมีน้อย ดังนั้นก็ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมในขณะที่การงานต่างๆก็ยังไม่มี ความรับผิดชอบก็ยังไม่มี ร่างกายก็ยังแข็งแรง สมองสดใส ถ้าเผื่อตักตวงศึกษาทั้งในด้านวิชาการ และในด้านความสามารถอื่นๆแล้ว เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะได้ผลจากที่เราลงทุนเอาไว้ ไม่ต้องมาคิดเสียดายว่าสายเกินไป”

    ทรงนำประสบการณ์ของพระองค์เองมาใช้ในการอบรมสั่งสอนพระราชธิดาพระราชโอรส พร้อมนำคำสั่งสอนและวิธีเลี้ยงดูของสมเด็จพระบรมราชชนนีมาปรับใช้อย่างแยบยล

    “ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติอย่างไร แต่ตอนหลังก็ดูจากที่ตัวเองเป็นลูกมาแล้ว พ่อแม่ทำอย่างไร ก็พยายามเอาความรู้สึกอันนั้นมาใส่...จากประสบการณ์ด้วยตัวเอง การเตรียมเด็กนี่ถ้าเผื่อเราให้เค้ารู้การพึ่งตัวเองได้มากเท่าไหร่ การป้องกันตัวเองได้มากเท่าไหร่ การรู้จักเข้ากับเพื่อน คือมีน้ำใจ มีความอดทน มีกีฟ แอนด์ เทก คือรู้จักให้และรับ เค้าก็จะมีพื้นฐานในการคบเพื่อน สังคมเป็น คบเพื่อนทำอะไรเป็น และรู้ว่าอุปสรรคความลำบากต่างๆนั้นไม่ใช่สิ่งที่แปลก เป็นของธรรมดา เพราะในชีวิตนี่บุคคลจะต้องเผชิญต่อความลำบาก ความไม่สมหวัง การโดนกลั่นแกล้งกีดกันต่างๆ เป็นของธรรมดา ไม่ว่าจะเกิดเป็นใคร ชาติไหน ภาษาไหน ก็เหมือนกัน ถ้าเกิดเค้ารู้จักอดทน รู้จักแก้ปัญหาตั้งแต่เด็ก ชีวิตมันก็จะเบาขึ้น...เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะสนับสนุน และสร้างเสริมลูกของข้าพเจ้าทุกๆคน ให้พร้อมที่จะสร้างชีวิตของตนเองตามความปรารถนาของเขาให้ดีที่สุด...”

    ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในหลวง รัชกาลที่ 10ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐรัชกาลที่ 10ร.10พระราชดำรัส

    คุณอาจสนใจข่าวนี้