สมเด็จพระราชินีสุทิดา พระอัครมเหสี

Share :
line-share-logo

ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส มีพระราชโองการสถาปนา “พระอิสริยยศ”

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงประกอบ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน และมีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนา “พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา” พระอัครมเหสี เป็น “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศ เรื่องสถาปนาสมเด็จพระราชินี มีเนื้อความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส กับ พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ถูกต้องตามกฎหมายและราชประเพณีโดยสมบูรณ์ทุกประการแล้ว จึงมีพระราชโองการให้สถาปนา พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา พระอัครมเหสี เป็นสมเด็จพระราชินีสุทิดา ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

ต่อมาเมื่อเวลา 19.53 น. วันเดียวกัน ข่าวในพระราชสำนักได้ออกอากาศว่า เมื่อเวลา 16 นาฬิกา 32 นาที วันนี้ (1 พ.ค.) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้อง วปร. พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี และพลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ในการสถาปนาสมเด็จพระราชินี ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาลักษณ์ อ่านประกาศสถาปนา พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา เป็นสมเด็จพระราชินีความว่า

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการโปรด เกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับ “พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา” ถูกต้องตามกฎหมายและราชประเพณี โดยสมบูรณ์ทุกประการแล้ว จึงมีพระราชโองการให้สถาปนา “พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา” พระอัครมเหสี เป็น “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

จากนั้น พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ใบมะตูม และทรงเจิม สมเด็จพระราชินี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1 และพระราชโองการสถาปนาแก่สมเด็จพระราชินีสุทิดา

จากนั้น ผู้อำนวยการเขตดุสิต เฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมุดจดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ทรงลงพระปรมาภิไธยและพระ นามาภิไธย ในสมุดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธย ในฐานะทรงเป็นสักขีพยาน และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ลงนาม ในสมุดจดทะเบียนราชาภิเษกสมรส ในฐานะสักขีพยาน ต่อจากนั้น พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายทะเบียนราชาภิเษกสมรส แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี

พระราชประวัติ สมเด็จพระราชินีสุทิดา ทรง พระราชสมภพเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2521 มีพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เมื่อ พ.ศ.2543 แล้วทรงเข้าทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

พระประวัติการรับราชการ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด (อัตรา พลตรี)

วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2556 เป็นผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด (อัตรา พลตรี)

วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2557 เป็น เสนาธิการหน่วย ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชา การถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)

วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2559 เป็นนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลโท) วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2559 เป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก)

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2559 ดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก) ต่อมาวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2560 เป็นรองสมุหราชองครักษ์ กรมราชองครักษ์ (อัตราเงินเดือน น.9) 1 สิงหาคม พ.ศ.2560 ดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)

ลำดับยศที่ทรงรับราชการทหาร วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2553 ร้อยตรีหญิง วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 ร้อยโทหญิง วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2554 ร้อยเอกหญิง วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2554 พันตรีหญิง วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2555 พันโทหญิง วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2555 พันเอกหญิง วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 พลตรีหญิง วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2559 พลโทหญิง วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2559 พลเอกหญิง

ทรงได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้ พ.ศ.2555 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก (ชั้น 3) ตริตราภรณ์ช้างเผือก (ต.ช.) พ.ศ.2556 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น 2 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) พ.ศ.2556 เครื่อง ราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้น 1 ปถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) พ.ศ.2556 เครื่องราช อิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) พ.ศ.2557 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) พ.ศ.2557 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) พ.ศ.2559 เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่9 ชั้นที่ 1 (ภ.ป.ร.) วันที่ 1 พ.ค. 2562 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1

อ่านเพิ่มเติม...