king10
Thairath Logo
กีฬา

เตรียมพร้อมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

Share :
line-share-logo

ขอพระราชานุญาตจัดทํา ‘เข็มที่ระลึก’ จําหน่ายประชาชน

รัฐบาลแถลงความพร้อมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รองฯวิษณุ เผยเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ยิ่งใหญ่ เน้นขั้นตอนพิธีพราหมณ์ตามพระราชประเพณี เตรียมนำตราสัญลักษณ์ประดับคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ ธงพระราชพิธี พร้อมให้ผู้ว่าฯ กทม.นำไปตกแต่งสถานที่ตลอดเส้นทางเสด็จ พระราชดำเนิน พร้อมกับสั่งการให้สำนักนายกฯ ขอพระราชานุญาตนำไปจัดทำเข็มที่ระลึกจำหน่ายให้ประชาชน เตรียมคัดเลือกพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำไปใช้ให้เหมือนกันทั้งประเทศ ส่วนพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์เริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ 6 เม.ย.นี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด เปิดศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีอย่างเป็นทางการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง

ความคืบหน้าการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 1 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม 1 หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แถลงการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 1/2562 พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

นายวิษณุกล่าวว่า อีกประมาณ 1 เดือนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเริ่มขึ้น ซึ่งเป็นพระราชพิธีสำคัญที่ยิ่งใหญ่ รองจากพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งไม่ต้องก่อสร้างถาวรวัตถุ เพียงแต่นำโบราณวัตถุเดิมมาบูรณะใหม่ โดยเน้นเรื่องขั้นตอนพิธีพราหมณ์ตามพระราชประเพณี แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ พระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลาง และเบื้องปลาย โดยฝ่ายจัดพิธีการได้มีการเตรียมการต่างๆ ดังนี้ 1.เตรียมเรื่องตราสัญลักษณ์ ซึ่งจะใช้ประทับลงบนคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์ และมอบให้ กทม.นำไปประดับตกแต่งสถานที่และเส้นทางเสด็จฯ ตลอดจนธงพระราชพิธีที่มีพื้นสีเหลืองและตราสัญลักษณ์อยู่ตรงกลาง และจัดทำเป็นเข็มที่ระลึก ซึ่งเป็นเข็มพระราชทานแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาท และสำนักนายกรัฐมนตรีจะขอพระราชทานพระราชานุญาตนำไปจัดทำเป็นเข็มที่ระลึก จำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป 2.เตรียมเลือกพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อให้ใช้ให้เหมือนกันทั้งประเทศ 3. เตรียมน้ำสำหรับใช้สรงมุรธาภิเษก โดยจะมีพิธีพลีกรรมวันที่ 6 เม.ย.นี้ 4.เตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด สำหรับใช้เป็นน้ำอภิเษก จะมีพิธีตักน้ำจากแหล่งศักดิ์สิทธิ์พร้อมกันในวันที่ 6 เม.ย.นี้ จะเชิญน้ำไปทำพิธีปลุกเสก ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัด ก่อนเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละจังหวัดบรรจุคนโทไปเก็บไว้ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

ประธานฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวอีกว่า 5. ตระเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้แผ่นทองคำสำหรับใช้จารึกพระสุพรรณบัฏ แกะดวงพระราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร ในช่วงวันที่ 22-23 เม.ย.นี้ 6.เครื่องมือเครื่องใช้ก่อสร้างพระมณฑปพระกระยาสนาน ซ่อมเกยสำหรับที่จะเสด็จลงเสลี่ยง หรือพระราชยานก้าวลงประทับแล้วเสด็จฯเข้าสู่พระอุโบสถ 7. การเตรียมงานเกี่ยวกับขบวนพยุหยาตรา ซึ่งในทางพระสถลมารคจะใช้ระยะเวลาทั้งหมด 4 ชม.ครึ่ง ฝ่ายทหารได้เตรียมการในส่วนนี้แล้ว ส่วนทางชลมารคจะมีช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยใช้เรือในพระราชพิธี ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 องค์ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงภ์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระราชพิธีอีก 47 ลำ ใช้ฝีพาย จำนวน 2,200 นาย ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จะเริ่มที่ท่าวาสุกรีไปยังวัดอรุณราชวรารามฯ โดยจะเห่เรือตลอดเส้นทาง ระยะทาง 4 กม.ในวันที่ 6 พ.ค.62 เสด็จออกสีหบัญชร ประชาชนสามารถเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคลได้ที่ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ ศาลฎีกา ไปจนถึงสนามหลวง คาดว่าจะมีประชาชนนับล้านร่วมเฝ้าชื่นชมพระบารมี กทม.จะติดตั้งจอแอลอีดี ให้ประชาชนได้รับชมการถ่ายทอดสดอย่างทั่วถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้คนระหว่างพิธีต่างๆ เนื่องจากพระราชวงศ์หลายพระองค์ รวมทั้งบุคคลสำคัญต่างๆ หลายท่านเป็นผู้สูงอายุ สำหรับพระราชพิธีครั้งนี้รัฐบาลตั้งงบไว้ 1,000 ล้านบาท จะถูกนำมาใช้อย่างเป็นประโยชน์ ไม่สิ้นเปลือง

ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม. ได้เตรียมการขบวนอัญเชิญน้ำอภิเษก การจัดและ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาท ในวันที่ 5 พ.ค.นี้ เป็นวันที่สมเด็จพระเจ้า อยู่หัวจะเสด็จเลียบพระนครด้วยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวัง เพื่อเสด็จฯไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัด ราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมล มังคลาราม และในวันที่ 6 พ.ค.นี้ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งขณะนี้ในส่วนนี้ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 75% ส่วนเรื่องสายไฟฟ้าและระบบติดต่อสื่อสารต่างๆดำเนินไปกว่า 50% แล้ว แล้วเสร็จทุกอย่างภายในวันที่ 15 มี.ค.นี้ 2.ปรับปรุงซุ้มเฉลิมพระเกียรติ ได้ดำเนินการปรับปรุงถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และตรงบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 32 ซุ้ม และซุ้มเฉลิมพระเกียรติทั่ว กทม.106 ซุ้ม พร้อมประดับธงตราสัญลักษณ์จำนวน 4,000 ชุด จะเสร็จไม่เกินเดือน มี.ค. เช่นเดียวกัน 3.การประดับตกแต่งต้นไม้ ซุ้มดอกไม้สด ดอกไม้แห้งและอื่นๆจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. โดยเฉพาะดอกไม้สดซึ่งจะยังคงความสดและสวยงามไปจนถึงวันที่ 10 พ.ค.นี้ และ 4.การซ่อมแซมโบราณสถาน 12 แห่ง รอบเส้นทางเสด็จฯ ได้ทาสีกำแพงโบราณ ทาสีอาคารอนุรักษ์ไปแล้วซึ่งทั้งหมดจะเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยและการจราจร ขณะนี้ทำร่างแผนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยึดหลักดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน สำหรับการถวายความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยกำหนดพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้แก่ พื้นที่ชั้นใน พื้นที่ชั้นกลาง และพื้นที่ชั้นนอก กำหนด 6 โซน ประชาชนจะต้องผ่านจุดคัดกรองโดยรอบพื้นที่ สำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจร ช่วงพระราชพิธีเบื้องกลาง วันที่ 2-4 พ.ค. จะปิดการจราจรพื้นที่ชั้นใน 8 เส้นทาง ได้แก่ ถนนราชดำเนินใน ถนนสนามไชย ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนท้ายวัง ถนนหน้าหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนสราญรมย์ นอกจากนี้ จะจัดจราจรเดินรถทางเดียวอีก 5 เส้นทาง จากนั้นวันที่ 5 พ.ค. เสด็จเลียบพระนคร จะยกระดับปิดการจราจร 27 เส้นทาง เพื่อรองรับประชาชนเฝ้ารับเสด็จ ส่วนวันที่ 6 พ.ค.เสด็จสีหบัญชร และจะปิดจราจร 17 เส้นทาง โดยจัดพื้นที่จอดรถรองรับประชาชนใน 4 มุมเมือง จำนวน 27 แห่ง อาทิ ด้านทิศเหนือ ที่เมืองทองธานี ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ศูนย์ราชการ และสโมสรตำรวจ ทิศใต้ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลพระราม 2 ทิศตะวันออก บริเวณศูนย์การค้าเมกะบางนา ไบเทคบางนา และทิศใต้ บริเวณห้างเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดรถชัตเติลบัสรับ-ส่งเข้าบริเวณใกล้พื้นที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก 5 แห่ง ได้แก่ บ้านมนังคศิลา บ้านพิษณุโลก แยกวิสุทธิกษัตริย์ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และปากคลองตลาด เพื่อให้ประชาชนเดินเท้าต่อไปยังพื้นที่ นอกจากนี้ประชาชนสามารถใช้ขนส่งระบบราง และทางน้ำได้ด้วย

ด้าน พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวว่า ได้จัดแผนประชาสัมพันธ์เป็น 3 ระยะ คือช่วงต้นพระราชพิธี ตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.-3 พ.ค.62 ช่วงกลางพระราชพิธี ตั้งแต่วันที่ 4-6 พ.ค.62 และปลายพระราชพิธี ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.-พ.ย.62 โดยประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ www.phralan.in.th  และ Facebook พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้รวบรวมข้อมูลประวัติความเป็นมา ประชาชนสามารถสืบค้นข้อมูลได้ นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์สื่อมวลชน 2 ศูนย์เพื่อให้บริการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชน ได้แก่ ศูนย์สื่อมวลชนย่อย ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ เปิดให้บริการระหว่างวันที่ 1 มี.ค.-26 เม.ย.62 ในวันและเวลาราชการ และศูนย์สื่อมวลชนหลัก ตั้งอยู่ที่หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ 27 เม.ย.- 6 พ.ค.62 และเปิดสายด่วนสอบถามข้อมูล โทร.1257 สำหรับสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ประสงค์ทำข่าวงานพระราชพิธีสำคัญนี้ ต้องมาลงทะเบียนที่ศูนย์สื่อมวลชนระหว่างวันที่ 11-29 มี.ค.เท่านั้น

หลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ศูนย์สื่อมวลชนย่อย ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ด้วย

ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช.ได้หารือกับผู้ประกอบการโทรคมนาคม เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการสื่อสารสำหรับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณและไวไฟ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการในเขตพื้นที่ตามแนวเสด็จพระราชดำเนิน ส่วนการนำสายสื่อสารลงใต้ดินเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ ตามแนวเส้นทางเสด็จเลียบพระนคร ได้ร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มี.ค.นี้.

อ่านเพิ่มเติม...
บรมราชาภิเษกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 10พระราชพิธีฉัตรมงคลวิษณุ เครืองามข้อมูลข่าวสารข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป