เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า งานพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของคนไทยจะเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 เม.ย. มีพิธีพลีกรรมตักน้ำทุกจังหวัด วันที่ 8-9 เม.ย. พิธีเษกน้ำที่ต่างจังหวัด และวันที่ 18-19 เม.ย. พิธีเษกน้ำรวมที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ทั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งว่าขอให้เป็นน้ำที่สะอาดต้องมีการพิสูจน์คัดกรองให้ดีให้บริสุทธิ์ สะอาดถือเป็นมงคลเพราะทรงใช้สำหรับสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และวันที่ 22-23 เม.ย. จะเป็นพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จากนั้นวันที่ 2 พ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และวันที่ 3 พ.ค. จะเป็นพิธีเชิญพระสุพรรณบัฏเข้าวังและประกาศการบรมราชาภิเษก วันที่ 4 พ.ค.ช่วงเช้าจะเป็นพิธีบรมราชาภิเษกช่วงบ่ายถวายพระพร ช่วงเย็นจะเป็นพิธีประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก และพิธีสักการะพระบรมอัฐิ ช่วงค่ำเป็นพิธีเถลิงพระแท่นบรรจถรณ์ วันที่ 5 พ.ค.ช่วงเช้ามีพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย ช่วงเย็นพิธีเลียบพระนคร วันที่ 6 พ.ค.ช่วงเย็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกให้ประชาชนและรับคณะทูตานุทูตเข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล ทั้งนี้ วันที่ 6 พ.ค.นั้น ครม.เห็นควรกันแล้วว่าให้เป็นวันหยุดราชการเพื่อให้การดำเนินการต่างๆเป็นไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นจะเป็นกิจกรรมถวายเฉลิมพระเกียรติ อาทิ เปิดโครงการคลองเปรมประชากรและคูคลองทั่วประเทศ เรื่องจิตอาสาจัดสวดมนต์ และกิจกรรมของหลายศาสนา ตลอดทั้งเดือน พ.ค.
