ป.ป.ช.เลื่อนตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนทุจริตเงินอุดหนุนวัด อ้างพิจารณาสำนวนไม่ทัน แต่ยังมั่นใจมีหลักฐานพอตั้งทีมไต่สวนได้ เผยมีกรณีโกงเงินอุดหนุนวัดใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ อีก 70 วัด ยอดเสียหายร่วม 90 ล้านบาท
วันที่ 22 มิ.ย. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะวัด ตามที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดี 12 สำนวนว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. ยังไม่มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตเงินอุดหนุนวัดตามสำนวนที่ ปปป. ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เนื่องจากวาระการประชุมในวันที่ 22 มิ.ย.มีจำนวนมาก ทำให้พิจารณาไม่ทัน ต้องเลื่อนการพิจารณาเป็นวันที่ 27 มิ.ย. แต่ยังเชื่อว่า มีหลักฐานเพียงพอ ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ในสำนวนที่ ป.ป.ป.เสนอมา
ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ยังมีสำนวนไต่สวนข้อมูลทุจริตเงินอุดหนุนวัดในมืออีก อย่างน้อย 60-70 สำนวน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสตูล มีมูลค่าความเสียหายโดยรวม 90 ล้านบาท ซึ่งขยายผลมาจากกรณีการบุกจับกุม ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.สงขลา ปี 2558 ที่มีโมเดลทุจริตแบบเดียวกันคือ มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกระทำผิด โดยโอนเงินอุดหนุนให้วัดเกินจำนวน แล้วเรียกเงินคืนจากวัดในภายหลัง ซึ่งตัวผู้ถูกกล่าวหาในภาพรวมเป็นกลุ่มเดียวกัน เพียงแต่ในระดับล่างอาจเปลี่ยนไปในแต่ละวัด
ทั้งนี้ การที่มีสำนวนคดีดังกล่าวจำนวนมาก อาจมีการเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช. ปรับวิธีการไต่สวน เพื่อบูรณาการข้อมูลให้ทำงานง่ายขึ้น เช่น การตั้งชุดเฉพาะกิจมารวบรวมดำเนินการ ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ป.ป.ช.จะเห็นด้วยหรือไม่.