คสช.โต้ "ยิ่งลักษณ์" ทวงสัญญา 3 ปี ย้อนถามใครทำเช่นนี้ได้บ้าง ยันไม่เสียของ พร้อมทำงานเข้าสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละ
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ในการทำงานครบรอบ 3 ปี คสช. ความสุขลดน้อยลง ว่า เป็นการสำรวจความคิดเห็นในเรื่องความสุข แต่ควรสำรวจความคิดเห็นเรื่องอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ คสช.กำลังทำงานก้าวสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และเสียสละ เพื่อชาติ บ้านเมือง และประชาชน ซึ่งตนขอยืนยันว่า คสช.ยังคงทำงานต่อไปตามกรอบกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ โดยสิ่งที่เราได้สัญญาเอาไว้กับคนไทย ขณะนี้เราเดินตามโรดแม็ปที่วางไว้ แต่ยังมีบางอย่างยังไม่เรียบร้อย เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการ
พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวทวงสัญญาว่าสิ่งที่ คสช.สัญญากับประชาชนไม่เป็นรูปธรรม ว่า ขอย้อนถามว่าห้วง 3 ปี ที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่ คสช.และเจ้าหน้าที่ทุกคนทำ แล้วใครจะทำได้เช่นนี้บ้าง โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศก็อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกรอบระยะเวลา
เมื่อถามถึงข้อวิจารณ์ของเครือข่ายพลเมืองเน็ต (ไอลอว์) ที่ระบุว่า ผลงาน 3 ปี คสช.มีการวางรากฐานความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน แต่ระบบการตรวจสอบอ่อนแอ พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวว่า สิ่งที่ คสช.ทำมาทั้งหมด คือ ต้องการให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ขณะที่ข้อวิจารณ์ดังกล่าวเราต้องอาศัยเวลาทำความเข้าใจ
"คสช.ใช้เวลา 3 ปี ที่ผ่านมาดูแลประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องเสียของ แต่เป็นเรื่องการดูแลและสร้างความศรัทธาให้ประชาชน อีกทั้ง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. ได้กำชับให้ติดตามภาพข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง" พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว
...
พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อวิพากษ์วิจารณ์ด้านเศรษฐกิจนั้น ตนคิดว่าเป็นปัญหาปากท้อง ใกล้ตัว ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจเกี่ยวพันทั้งระดับภูมิภาค และระดับโลก จึงทำให้เกิดผลกระทบ อย่างไรก็ตาม คสช.พยายามแก้ไขปัญหาทุกระดับ โดยเฉพาะเกษตรกร ก็มีโครงการต่างๆ เข้าไปช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตอนนี้อาจมีความรู้สึกอึดอัด แต่ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
นอกจากนี้ พ.อ.ปิยพงศ์ ยังกล่าวปฏิเสธกรณีมีทหารเชิญ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน มาพูดคุยที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม2 รอ.) ว่า เป็นเพียงการโทรศัพท์พูดคุยทำความเข้าใจเท่านั้น จากสิ่งที่สิ่งที่ นายพิชัย ได้แสดงความคิดเห็น ส่วนกระแสข่าวห้ามพูดถึง คสช. หรือคำว่าเผด็จการนั้น ตนยืนยันว่าเป็นเพียงขอความร่วมมือทุกฝ่ายอย่าใช้คำพูดบิดเบือน และควรระมัดระวังไม่ใช้คำพูดที่จะสร้างกระแสความวุ่นวาย และแตกแยกในสังคม พร้อมทั้งย้ำว่าตอนนี้ คสช.ยังไม่ได้เชิญใครไปพุดคุย แต่เราขอความร่วมมือผ่านช่องทางที่สามารถติดต่อได้ เช่น การโทรศัพท์ ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปบ้านนายพิชัยนั้น การเดินทางไปพบปะขอความร่วมมือ ทำได้หลายช่องทาง ทั้งเดินทางไปหาตามห้วงระยะเวลา เหมือนที่เคยทำปกติ ไม่มีอะไรนำไปสู่ความรุนแรง อีกทั้งไม่มีการไปบังคับ หรือยับยั้งอะไร