"วิษณุ" นัด กรธ.ถกปมสรรหา คตง. รับคุณสมบัติ ก.ก.สรรหาสเปกสูง เผยถ้าสรรหาไม่ทัน เตรียมขยายเวลาอีก ชี้ไม่มีคำสั่งปลด "ผอ.ทอท." ปัดไม่เกี่ยวข้องปม "คิง เพาเวอร์"
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่องค์กรอิสระส่งรายชื่อกรรมการสรรหา คณะกรรมการสรรหา กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เพียงองค์กรเดียวคือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนองค์กรอื่นยังไม่มีการส่งรายชื่อเข้ามา เพราะมีการวางคุณสมบัติไว้สูงว่า ที่พูดถึงคือคุณสมบัติของกรรมการสรรหา ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้เข้ารับการสรรหาเป็น คตง. เนื่องจากมีการตั้งคุณสมบัติไว้สูง อาทิ ต้องไม่เคยเป็นข้าราชการ ไม่เคยทำงานในหน่วยงานของรัฐ ต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปี ถ้าไปเอามาจากเอกชนอาจไม่มีความรู้พอ ถ้าเอามาจากข้าราชการบำนาญจะติดเงื่อนไขต่างๆ แต่คุณสมบัติดังกล่าวเป็นไปตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนด ตนได้นัด กรธ.มาพูดคุยเพื่อให้เกิดความชัดเจน แน่นอนหากไม่ทันตามกรอบเวลาการสรรหาในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 23/2560 จะต้องขยายเวลาออกไป ไม่ต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ใหม่ แต่ไม่สามารถแก้คุณสมบัติได้ เพราะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่กำลังจะร่าง โดย กรธ.เตรียมการแก้ปัญหาไว้แล้ว และได้คุยกับประธานกรรมการสรรหา เห็นช่องทางที่แก้ได้ไม่ยุ่งยากอะไร
เมื่อถามว่า ต้องแก้คำสั่งหัวหน้า คสช.ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอรอดูก่อนว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง เพราะกลัวว่าหากแก้แล้วไม่หมดจะมีเรื่องอื่นอีก
เมื่อถามว่า การรอสรรหาในเดือน ก.ย. ที่ คตง.ชุดปัจจุบันจะพ้นจากจำแหน่งพร้อมกันจะเป็นทางออกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็นทางออกรับทั้ง สตง.-คตง.มาฟ้องทั้งคู่ หลังเกิดศึกภายใน
...
เมื่อถามว่า ประธานกรรมการสรรหาได้เล่าความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กับ คตง.ให้ฟังหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ให้หน่วยงานดังกล่าวเป็นคนพูดจะดีกว่า เพราะมีการมาฟ้องตนทั้งสองฝ่าย ตนไม่สามารถบอกสื่อได้ เมื่อถามว่าจะกลายเป็นความขัดแย้งภายในหน่วยงานหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ความขัดแย้งมีในทุกหน่วยงาน แต่ไม่ถึงกับเป็นความขัดแย้งแตกร้าว เมื่อมีประเด็นขึ้นมาแต่ละฝ่ายคิดไม่เหมือนกัน สุดท้ายจะจบลง
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมปลดผู้อำนวยการท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ตามข้อเสนอของกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูป (สปท.) ว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยเสนอและไม่มีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาในชั้นของรัฐบาล แต่ยอมรับคณะกรรมาธิการฯ ของ สปท.ได้ทำรายงานส่งถึงรัฐบาล 5 ประเด็น นายกฯ มอบให้ตนพิจารณา ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรรมาธิการของ สปท. อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมสรรพากร ผู้ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รวมถึงตัว ผอ.ทอท. มาพูดคุยจนได้ความเข้าใจ ส่วนใหญ่เป็นการคุยเพื่อให้ทราบว่าประเด็นของกรรมาธิการ สปท. ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตนั้น เจ้าหน้าที่รัฐได้ชี้แจงเช่นเดียวกันจะตรวจสอบกันต่อไป ตนได้แจ้งให้ทราบว่าจะสรุปรายงานเรื่องนี้เสนอต่อรัฐบาล เรื่องมีแค่นั้น
"ไม่มีข้อเสนอให้ปลดใครอะไรทั้งสิ้น ข่าวที่ออกมาผมทราบแล้วว่าใครเป็นคนให้ข่าว ไม่เป็นไร ท่านผู้นั้นซึ่งเป็นผู้หญิงไม่ได้มาพบผม แต่ไปปล่อยข่าวอันนี้ จึงตอบว่าไม่เป็นความจริง เวลานี้รัฐบาลรู้ชื่อแล้วว่าเป็นใคร แต่ไม่ได้ว่าอะไร เพราะไม่ผิดอะไร จะระมัดระวังยิ่งขึ้นเมื่อต้องมีการพูดคุยในเรื่องเหล่านี้ เพราะมันละเอียดอ่อน เอาเป็นว่าผิดถูกอย่างไรก็ตามจะต้องตรวจสอบกันต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้กล่าวหามา เจ้าหน้าที่จึงต้องชี้แจงไป สุดท้ายต้องมีการตรวจสอบ โดย สตง.ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวต่อว่า จะสรุปเรื่องนี้เมื่อใดยังตอบไม่ได้ เพราะตนอาจไม่ได้เป็นคนสรุป แต่เบื้องต้นตนได้สรุปส่งนายกฯ ไปแล้วว่าที่คุยกันวันนั้นได้ความอย่างไร บรรยากาศเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ข้อเสนอบางข้อฟังขึ้น และครั้งนั้นนายกฯ เป็นคนมอบหมายให้ตนเชิญทุกคนมาคุยกัน ยืนยันการคุยในวันนั้นไม่มีการเปิดเผย และไม่ได้มีการเสนอเลื่อน ลด ปลด ย้าย ใครใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนข้อเสนอต้องไปถามกรรมาธิการว่า เสนออะไรมาบ้าง ตนไม่อยากเสียมารยาทที่จะเปิดเผยสิ่งเหล่านั้น และในระยะเวลาอันใกล้คงไม่มีเรียกประชุมเรื่องนี้อีก เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปดำเนินการต่อ
เมื่อถามว่า รัฐบาลได้เข้าไปดูเรื่องการต่อสัญญาบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า จริงหรือไม่ที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สปท. เสนอให้ปลด ผอ.ทอท.ในที่ประชุม นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอเอาเรื่องในที่ประชุมมาเปิดเผย.