พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.สั่งตรวจสอบภาพคล้ายผู้ว่าฯ คนเก่าแม่ฮ่องสอน คลอเคลียสาวรอยสักนกฮูกว่อนเน็ต

สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย ว่า มารดาของผู้เสียหาย หรือ เหยื่อรายหนึ่ง ได้ไปร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและหน่วยงานราชการต่างๆ ตลอดจนแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ว่า บุตรสาวของตน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กับพวก ร่วมกันบังคับ ขู่เข็ญ และพาไปค้าประเวณีให้กับข้าราชการและบุคคลทั่วไปในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดหลายคนในลักษณะเครือข่าย แบ่งหน้าที่กันทำ (พ่อเล้า แม่เล้า) มีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ หลายท้องที่เกิดเหตุ และได้รับผลประโยชน์จากการค้าประเวณีดังกล่าว มีผู้ตกเป็นผู้เสียหายหรือเหยื่อ จำนวนหลายคน ทั้งนี้เกรงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรม คดีนี้ ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสนใจและกำชับให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของ ตร. (ศพดส.ตร.) เข้าควบคุม กำกับดูแล การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมและสั่งการให้ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. เร่งรัดสืบสวนสอบสวนจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี และ พนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน จำนวน 37 คดี (คดีความผิดค้ามนุษย์ 29 คดี, ซื้อประเวณี 7 คดี และโทรมหญิง 1 คดี) และ บก.ปคม.จำนวน 1 คดี (คดีความผิดค้ามนุษย์ 1 คดี) หมายจับอีก 5 แม่เล้าค้ากามน้ำเพียงดิน รวบรวมหลักฐานเอาผิดรอง ผกก.-สว.

...

ต่อมาวันนี้ (5 พ.ค.60) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ รอง ผบช.รร.นรต., พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร รอง จตร.(สบ 7), พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4, พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจำ บช.ก.,พล.ต.ต.ณัฐแก้ว เมตตามิตรพงศ์ ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมายัง ภ.5 (จ.เชียงใหม่) และ ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เพื่อเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ และค้าประเวณี โดยมี พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สมสง่า ชรินทร์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบช.ฯ ปฏิบัติราชการ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตชด.ภาค 3 และ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม.กับพวก ร่วมประชุมชี้แจง การดำเนินคดีและรับมอบนโยบายจากผู้บังคับบัญชา เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จากนั้น ก็ได้เดินทางกลับมาประชุมตำรวจคณะทำงานที่ ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 5 โดยที่ประชุมได้ผลการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด มาแถลงข่าวต่อมวลชนดังกล่าว สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน รับคำร้องทุกข์ไว้ จำนวน 37 คดี มีผลการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 9 คน ออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มาพบ ณ ภ.จว.แม่ฮ่องสอน จำนวน 6 คน ในวันที่ 5 พ.ค. 2560 เวลา 09.00 น. คือ ส.ต.ท.จิรวัฒน์ หรือโด้ นามวงค์พรหม ผบ.หมู่ (นปพ.) กก.สส. ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พ.ต.ท.พงษ์นรินทร์ พลนำ ผบ.ร้อย ตชด.336 กองร้อย ตชด.336 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน พ.ต.ท.มงคล ปันตี รอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ ด.ต.บุญหลง วงศ์โท๊ะ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ต้องหาว่า กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี พรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร ร.ต.ท.อำนาจ ยะกาวิน รอง สว.(นปพ.) กก.สส. ภ.จว.แม่ฮ่องสอน นายวิทยา หรือครูบอย ภูติรักษ์ อดีตครูโรงเรียนแม่ฮ่องสอนศึกษา ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต้องหาว่า กระทำชำเรา พรากและพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร

ในส่วนของ บก.ปคม. รับคำร้องทุกข์ไว้ จำนวน 1 คดี ในความผิดฐานค้ามนุษย์ จับกุมผู้ต้องหาครบ จำนวน 8 คน และการดำเนินการทางวินัยข้าราชการตำรวจที่เป็นผู้กระทำความผิดในคดีนี้ ผู้บังคับบัญชาตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงและให้ออกจากราชการ จำนวน 9 นาย

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ มีตำรวจที่ถูกออกหมายเรียกไปแล้วมารายงานตัว พนักงานสอบสวนแล้ว 4 รายขาดเพียง พ.ต.ท.มงคล ปันตี รอง ผกก.ป.สภ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ ที่ไม่มา ทาง รอง ผบ.ตร.จึงสั่งให้การ พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบ.ภ.เชียงใหม่ ดำเนินการทางวินัยที่ขาดราชการพร้อมกับสั่งให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน ตามคำสั่งที่ 195/2560 ลงวันที่ 5 พ.ค. 60 โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รอง ผบ.ตร. ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวว่า ขณะที่การขยายผลการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากมีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ยังมีข้าราชการหน่วยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกการขยายผลจะไปถึงหรือไม่ หรือว่าจะมีเฉพาะแต่ตำรวจ

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ผมประชุมคณะทำงานเป็นแล้ว ตอนนี้ยังเหลืออีก 7 คน ที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการบางคนก็เป็นประชาชน บางคนก็เป็นข้าราชการ ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ผมได้กำชับไปแล้ว กลุ่มที่เหลือ คงจะต้องถูกดำเนินคดีในเรื่องค้าประเวณี คงไปเมื่อถึงเรื่องค้ามนุษย์ ผมได้กำชับให้ตำรวจภาค 5 ดำเนินการในเรื่องนี้

ต่อคำถามว่า ที่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตอนนี้ คืบหน้าไปถึงไหน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในระหว่างสอบสวน ที่แม้ประจักษ์พยานจะชี้ หรือเครื่องจับเท็จ จะระบุว่าพยานไม่ได้โกหก แต่ฝ่ายมหาดไทยเขาสรุปว่า ยังไม่ผิด ตำรวจเราในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวน ก็ต้องเอาพยานมาชั่งกันดูว่าทางไหนมีน้ำหนัก ตอนนี้มันเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานทาง ป.วิอาญา บางคนบอกว่า ไม่ผิด บางคนบอกว่าผิด เราก็ต้องฟังทั้งสองฝ่าย ตอนนี้เป็นเป็นการรวบรวมหลักฐานตามปกติแต่ขอใช้เวลานิดหนึ่ง

ต่อคำถามที่ทาง ผู้การ ปคม.ได้ออกมาให้สัมภาษณ์วานนี้ ว่า ผวจ.แม่ฮ่องสอนการสอบสวนยังไปไม่ถึง รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ปคม.นั้น ผมให้ทำในเรื่องค้ามนุษย์ เมื่อทาง ปคม.เขาบอกว่า ผวจ.แม่ฮ่องสอน ไม่ผิด ก็แสดงว่าเขายังไม่มีหลักฐาน แต่ในส่วนของ การค้าประเวณี หรือ ตาม พรบ.ป้องกันปราบปรามการค้าประเวณี หรือกฎหมายอาญาอื่นทั่วไป เดี่ยวทางตำรวจภาค 5 เขาจะดำเนินการแต่ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ต่อคำถามที่ว่า ตอนนี้ผู้ว่าเข้าข่ายในความผิดการสนับสนุนให้มีการค้าประเวณีหรือไม่ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ตามมาตรา 9 ของ พรบ.ป้องกันปรามค้าประเวณี ใช้คำว่า หรือเช่น หรือสนับสนุน ก็เท่ากับเป็นตัวการ ถ้ามันเป็นจริงนะก็เข้าหลักการเป็นตัวการ

ต่อคำถามที่ว่า ยังไม่มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ผวจ.แม่ฮ่องสอน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ในเมื่อเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียหาย รัฐเป็นผู้เสียหาย และถ้าหลักฐานมันถึงชัดเจนเราก็ดำเนินการไม่มีละเว้นอยู่แล้ว ในส่วนของคดีค้ามนุษย์ทาง ปคม.ก็ยืนยันอยู่แล้วว่า ไม่มีหลักฐานจะเอาผิดกับท่านได้ รอง ผบ.ตร.กล่าว

ขณะเดียวกันทาง รอง ผบ.ตร.ยังตอบคำถามของสื่ออีกว่า กรณีการสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย ที่ว่าผู้ว่าฯไม่ผิด รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่รู้ว่าทางกระทรวงมหาดไทยเขาสอบใคร เดี่ยวตำรวจเราจะไปขอข้อมูลการสอบสวนมากซึ่งเรื่องนี้ทาง ผบช.ภ.5 รับเรื่องนี้ไปดำเนินการแล้ว ซึ่งตอนนี้ ท่านผู้ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ ตำรวจเราก็รวบรวมพยานหลักฐานไปตามปกติของเรา ส่วนตำรวจที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ ที่ออกหมายเรียกแล้วไม่พบ เบื้องต้นผมได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เรื่องขาดราชการก่อน และตั้งการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรงเรื่องการไปซื้อบริการเด็ก ซึ่งเมื่อนายตำรวจคนนั้น ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน วันนี้จึงให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน ตามที่ ผบก.ภ.เชียงใหม่ ได้ดำเนินคดีไปแล้ว

ส่วนตัวละครอีกคน คือ จ่าพันธ์ เจ้าหน้าที่ ของรัฐหน่วยงานหนึ่ง ที่ทางเหยื่อผู้เสียหายนำคลิปเสียงการสนทนาออกมาเปิดเผยผ่านสื่อนั้น ตอนนี้ ผมได้ให้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน สอบสวนจ่าพันธ์อยู่ ว่า จะเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้หรือไม่อย่างไร

"ผมขอยืนยันว่า ตอนนี้ เรื่องวินัย อาญา แพ่ง เราทำหมดแล้วนะครับ ส่วนทางคดีแพ่ง ผมก็ให้ทาง ปคม.เขาดำเนินการเนื่องจากไปเกี่ยวข้องการกับการค้ามนุษย์ ต่อคำถามที่ว่า จึงมีการสอบสวนเอาเรื่องกับ พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผบก.ภ.แม่ฮ่องสอน ที่อาจมีการช่วยเหลือ อดีตตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการในคดีค้ามนุษย์ไปแล้ว หรือไม่ ทาง รอง ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 ตอบแทนว่า ตอนนี้ ยังไม่สรุปเด็ดขาดผมได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในตัวผู้การแล้วครับ

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไทยรัฐได้สอบถาม รอง ผบ.ตร. ถึงสังคมออนไลนแชร์ภาพชายสูงวัยหน้าตาคล้ายกับ อดีตผู้ราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายหนึ่งที่ย้ายออกไปแล้ว ว่า ภาพในสื่อออนไลน์มันใช้เป็นพยานศาลไม่ได้ แต่ตำรวจก็ใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบเรื่องนี้เหมือนกัน จากนั้น ท่านก็รีบเดินทางไปขึ้นรถตู้กลับ กทม.

ด้านพันตำรวจโท สิทธินันท์ สิทธิกำจร สารวัตรกองกำกับ 4 กองบังคับการ ปคม. กล่าวว่า เห็นภาพดังกล่าวแล้ว กำลังตรวจสอบลักษณะใบหน้า และเด็กหญิงที่ถ่ายภาพคู่ในรูปภาพ พร้อมกับนำรูปรอยสักนกฮูกที่หน้าอกหญิงในภาพ ว่า จะเป็นนกฮูกที่เป็นกลุ่มเดียวกับรอยสักนกฮูกน้ำเพียงดิน หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องตรวจสอบโดยละเอียด เพราะภาพในสังคมออนไลน์บางครั้งก็เชื่อถือไม่ได้ เพราะทำตัดต่อภาพกันได้แนบเนียนมาก.