king10
Thairath Logo
กีฬา

โดนรุมค้านหนัก กมธ.สื่อฯ ยอมถอยครึ่งทาง ตัด 'ใบประกอบวิชาชีพ-บทลงโทษ'

Share :
line-share-logo

กมธ.ถอย ตัดทิ้งใบประกอบวิชาชีพสื่อ ระบุชัด เพจดังอยู่ในข่ายเป็นสื่อมวลชน "คำนูณ" ฉะริบเสรีภาพสื่อฯ เสี่ยงขัด รธน. เตือนระวังตีเช็คเปล่าให้ รบ.ทรราช "นิกร" เชื่อไม่พ้นส่งศาล รธน.ตีความ "บิ๊กเยิ้ม" ฉุนสื่อไม่รักชาติเขียนข่าว "เสรีพิศุทธ์" ด่าทหารน่าซื้อรถถัง น่าจับยิงเป้า ยันตัดพี่ตัดน้อง

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.60 มีการประชุม สปท. เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ตามที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชนเสนอมา โดย พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน ชี้แจงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อที่ประชุมว่า กมธ.รับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้อย่างรอบด้าน และเมื่อเช้าวันที่ 1 พ.ค.ได้นัดประชุม กมธ.นัดพิเศษเพื่อรับฟังข้อคัดค้านจากสื่อมวลชน กรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และมีมติเสียงข้างมากว่า จะขอปรับเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นใบรับรองวิชาชีพที่ออกให้โดยองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ดังนั้นจึงไม่มีบทลงโทษจำคุกและปรับสื่อมวลชนและเจ้าของสื่อตามมาตรา 91 และ 92 อยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม กมธ.ยังเห็นควรให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมจริยธรรมวิชาชีพและส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองในทุกขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ 15 คน แต่ได้ปรับลดโควตาตัวแทนคณะกรรมการฯ จากภาครัฐจาก 4 คน เหลือ 2 คน และเพิ่มโควตาให้มีคณะกรรมการฯ ที่เป็นตัวแทนจากสื่อเพิ่มเป็น 7 คน

ขณะที่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า กมธ.ยอมแก้ไขตัดมาตรา 91 และ 92 เรื่องบทลงโทษสื่อมวลชนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทิ้งไป ตามข้อห่วงใยของสื่อมวลชน โดยจะเปลี่ยนจากใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นใบรับรองที่จะให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นผู้ออกใบรับรองให้ ส่วนคำนิยาม "สื่อมวลชน" ตามร่างกฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมไปถึงสื่อออนไลน์ เจ้าของเพจที่มีแฟนเพจติดตามเป็นหมื่นๆ คนด้วย เพราะกลุ่มเหล่านี้ถือเป็นทั้งนักข่าวและบรรณาธิการ แต่ไม่มีสังกัด แม้จะอ้างว่าไม่มีรายได้เป็นค่าตอบแทนโดยตรงจากงานที่ทำ แต่มีรายได้ทางอ้อมเกิดขึ้นจากรายได้โฆษณาออนไลน์ เพราะมีผู้ติดตามจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องบัญญัติให้กลุ่มเหล่านี้เป็นสื่อด้วย ยืนยัน กมธ.ไม่มีเจตนาควบคุมแทรกแซงสิทธิเสรีภาพสื่อ แต่ต้องการให้การติดต่อสื่อสารอยู่ภายใต้มาตรฐานจริยธรรมตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมเริ่มเปิดให้สมาชิกอภิปรายช่วงเช้าผ่านไป 7 คน ส่วนใหญ่ยังรุมค้านอภิปรายไม่เห็นด้วยกับร่างของ กมธ.สื่อฯ ทั้งเรื่องการให้จดทะเบียนสื่อมวลชนกับสภาวิชาชีพฯ ที่ประกอบด้วยตัวแทนรัฐ 2 คน เข้ามามีตำแหน่ง อาจสุ่มเสี่ยงเกิดการแทรกแซงสื่อของรัฐบาลในอนาคตได้ โดยให้สื่อควบคุมกำกับการทำงานกันเอง โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือองค์กรของรัฐเข้ามายุ่งเกี่ยว แถมยังมีความไม่ชัดเจน เกิดคำถามว่าอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ใช่สื่อ จะถูกกำกับจากร่าง พ.ร.บ.นี้หรือไม่ รวมถึงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 34 และมาตรา 77 จนถึงขั้นมีคนส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับที่ กมธ.ถอนเรื่อง "การจดทะเบียนสื่อมวลชนต่อสภาวิชาชีพ" เพราะคำนิยามนี้อันตรายเป็นจุดอ่อน เป็นลักษณะเขียนกติกาเหวี่ยงแหครอบคลุมปริมลฑล จากเสรีภาพของสื่อกินความมีสภาพบังคับไปถึงประชาชนทั่วไป ส่อจะโกลาหลมีเรื่องร้องเรียนมากจนถึงอาจจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 34 เกิดคำถามว่าพระนักเทศน์ ดารา นักแสดง โพสต์อินสตาแกรมขายของ นักวิชาการรับเชิญบรรยาย นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท.จัดรายการวิทยุ ล้วนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้หรือไม่ รัฐธรรมนูญในมาตราว่าด้วยเสรีภาพของสื่อมวลชนที่มีแต่ปี 2540 จนถึงปี 2560 มี 2 มาตรา แต่หนึ่งมาตราเสียหายไปแล้ว ด้วยเหตุความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ของการบริหารบ้านเมืองในยุคนี้ กล่าวคือองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ไม่เป็นอิสระต่อไป เพราะมาตรา 60 กำหนดให้นโยบายขึ้นอยู่กับคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีนายกฯ เป็นประธาน อาจเป็นเรื่องเหมาะสมกับยุคสมัย แต่ถือว่าระดับเสรีภาพของสื่อมวลชนที่มีตั้งแต่ปี 2540 ลดระดับลง ยังมีมาตรการบริหารที่เปลี่ยนแปลงไปอีก คือ การเรียกคืนคลื่นความถี่ตามแผนแม่บทที่จัดทำโดยองค์กรอิสระ ที่ควรจะเกิดขึ้นในปี 2560 ได้ถูกเลื่อนออกไป 5 ปี โดยคำสั่ง คสช.ที่ 76/2559 ลงวันที่ 20 ธ.ค.2559

"ถ้าผ่านร่าง พ.ร.บ.ไปแบบนี้โดยไม่ปรับแก้ จะทำให้เสรีภาพของสื่อที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหายไป การส่งสัญญาณใดๆ ทั้งในประเทศและต่อสังคมโลกสำคัญมาก เราเขียนกฎหมายเพื่อหวังผลระยะยาวรัฐบาลต่อไปอีก 20 ปีข้างหน้า คงไม่ใช่รัฐบาล คสช.แน่ๆ อาจไม่มีธรรมาภิบาล อาจไม่ใช่รัฐบาลที่ดี การเปิดช่องแบบนี้เหมือนตีเช็คเปล่าให้รัฐในอนาคต มีอำนาจเข้าแทรกแซงสื่อได้ถ้าเป็นรัฐบาลทรราชจะทำอย่างไร สื่อเป็นกำแพงสุดท้ายทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งที่ดีที่สุด ในการต้อสู้กับความไม่ดีของรัฐบาลหลายครั้ง ในประวัติศาสตร์สื่อตรวจสอบจนทำให้รัฐบาลที่บริหารบ้านเมืองไม่ระมัดระวังมีอันต้องเป็นไป ตนอยากให้กลับไปใช้ต้นร่างเดิมของ สปช.ที่ได้มีมติรับ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.58 สามวาระปฏิรูปและทางคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบเป็นหลักน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เชื่อว่าการปฏิรูปโดยให้มีสภาวิชาชีพตามกฎหมายประกอบด้วยบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐมายุ่งเกี่ยว ให้สื่อควบคุมกันเองมีสภาพกฎหมายบังคับ เพื่อปกป้องความเป็นอิสระส่งเสริมจริยธรรมและเสรีภาพจะเหมาะสมกว่า" นายคำนูณ กล่าว

ด้าน นายนิกร จำนง สมาชิก สปท. กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับร่าง กมธ.ฯ ขนาดจิ้งจกทักเรายังต้องเงี่ยหูฟัง แต่กฎหมายฉบับนี้สื่อออกมาค้านกันมาก ตนว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการควบคุมการทำงานของสื่อ มากกว่าที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เมื่อก่อนคนเปรียบสื่อเป็นนกพิราบ แต่ร่างกฎหมายนี้จะทำให้นกอยู่ในกรงและมีกุญแจ 3 ดอก ล็อกไว้ 3 ชั้น เรียกว่า "ไตรล็อก" จากกรรมการ 3 ชุด ที่มีคนของรัฐสามารถเข้าไปควบคุมได้ แถมยังมีโทษอื่นๆ สิ่งเหล่านี้นอกจากกระทบสื่อแล้ว ยังกระทบเสรีภาพของประชาชนทั่วไปด้วย จึงเชื่อว่าร่างนี้ออกมาต้องมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตรา 33 และมาตรา 77 แน่นอน

ขณะที่ พล.ท.ธวัชชัย สุมุทรสาคร สปท. กล่าวว่า สื่อเป็นคนไทยหรือไม่ ถ้าเป็นต้องยอมรับกฏหมาย อย่าเป็นอภิสิทธิ์ชนเพียงกลุ่มเดียว ทุกคนต้องอยู่ในกฏระเบียบอยู่ในกติกา ลองไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นมีกฏหมายเกี่ยวกับสื่อหมด เช่น สิงค์โปร์ สื่อต้องเป็นไปตามกติกา 100 เปอร์เซ็นต์ ในจีนก็มี คนที่ไม่เคยได้รับผลกระทบต่อสื่อจะไม่รู้ ตนสมัยเป็นแม่ทัพภาค 2 ก็รบกับสื่อตลอด อย่างกรณีของผู้ว่าแม่ฮ่องสอนสื่อก็ลงไปเรื่อย ทั้งๆไม่ต้องลงก็ได้ ในอังกฤษมีเหตุระเบิดแต่ก็ไม่เห็นมีการนำภาพคนเจ็บไปลง เพราะเขาคงรู้ว่าลงไปก็ไม่ก่อให้เกิดอะไร แต่ของไทยลงเอามัน ทั้งสื่อออนไลน์ สิ่งพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ ล้วนมีปัญหาหมด

"ขนาดวันก่อน ผมอ่านสื่อออนไลน์มา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ด่าทหารประจำ ไม่รู้อยากเล่นการเมืองหรือไม่ อยู่ดีๆมาบอกว่าถ้าเอาก้อนหินปาไปในค่ายทหาร โดนแต่หัว พล.อ.แล้วยังถามว่ารถถังซื้อมาทำไม เคยไปรบหรือไม่ เขาเป็นรุ่นพี่ ผมเป็นเตรียมทหารรุ่น 12 พี่เขารุ่น 7 พูดแบบนี้ผมไม่เคารพกันแล้ว แล้วสื่อที่เผยแพร่ก็น่าเอายิงเป้าให้หมด" พล.อ.ธวัชชัย กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...
พ.ร.บ.สื่อฯก.ม.ควบคุมสื่อฯสื่อมวลชนสปท.วิชาชีพสื่อ