"สุเทพ" แจงร่าง ก.ม.พรรคการเมือง ค้านบุคคลบริจาคหนุนพรรคปีละ 10 ล้าน ชี้มากไป เสนอบริจาคไม่เกินล้านเดียว ชงลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา ลดปัญหาอิทธิพลครอบงำ ย้ำโทษยุบพรรคยังจำเป็น
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 60 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งว่า ในการพิจารณาร่างกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองของ สนช.ว่า ในอดีตของพรรคการเมือง เรามักจะเห็นว่าพรรคการเมืองถูกครอบงำโดยคนภายนอกเพื่อผลประโยชน์ กรธ.จึงร่างกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ ที่คำนึงถึงปัญหานี้ ในมาตรา 28 ว่า ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมให้คนที่ไม่ใช่สมาชิก (คนนอก) เข้ามาครอบงำ ชี้นำพรรคการเมืองโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม และในมาตรา 29 ห้ามไม่ให้ใครก็ตามที่ไม่ใช่สมาชิกของพรรคการเมืองนั้น ที่เป็นคนนอกเข้าไปครอบงำ เข้าไปควบคุมชี้นำพรรคการเมืองใดๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ใครฝ่าฝืนกฎหมาย 2 มาตรานี้ มีโทษจำคุก 5-10 ปี ตรงนี้ถูกใจมวลมหาประชาชน ที่สำคัญคือมีบทบัญญัติใหม่ ที่ไม่ให้พรรคการเมืองกระทำการที่ไม่สมควรเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ และประชาชนในมาตรา 44 ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองกรรมการพรรค หรือสมาชิกพรรคการเมือง ไปรับเงินใคร แล้วมากระทำการที่เป็นการทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือทำลายระบบราชการใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค เช่นเดียวกับมาตรา 45 ที่ไม่ให้พรรคการเมือง กรรมการพรรคการเมือง ไปกระทำการใดๆ ที่ส่งเสริมการกระทำ อันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หวังว่ายุคนี้ต้องเป็นยุคของการปฏิรูปการเมือง
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เรื่องบุคคลที่จะบริจาคเงินอุดหนุนพรรคการเมืองใน มาตรา 60 ที่ระบุว่า บุคคลธรรมดาสามารถบริจาคเงินให้พรรคการเมืองได้ 10 ล้านบาทต่อปี นิติบุคคลบริจาค 5 ล้านบาทต่อปี ถือว่ามากไป ไม่สอดคล้องกับการเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ตนเห็นว่าบุคคลธรรมดาที่จะบริจาคเงินให้พรรคการเมืองได้ปีหนึ่งไม่เกิน 1 ล้านบาท นิติบุคคลบริจาคให้พรรคการเมืองได้ 5 แสนบาท และควรอนุญาตให้เขาสามารถไปหักลดหย่อนภาษีได้ จะทำให้คนที่มีอิทธิพลทางการเงินเข้าไปมีอิทธิพลทางการเมืองไม่ได้มากนัก เพราะพรรคการเมืองยังต้องพึ่งเงินส่วนใหญ่ที่มาจากการบำรุงพรรค โดยเจ้าของพรรคตัวจริงคือประชาชน และตนสนับสนุนมาตาม 130 ที่ระบุไว้ว่าใครก็ตามที่ทำความผิด พ.ร.บ.พรรคการเมือง ทั้งหมดที่ห้ามไว้แล้วหลบหนี อนุญาตให้ศาลสามารถพิจารณาพิพากษาคดีลับหลังจำเลยได้ เรียกว่าตีหัวแล้วหนีไม่สำเร็จ ใครทำร้ายประเทศชาติ ทำร้ายการเมืองของประเทศต้องได้รับโทษ ไม่ว่าจะหนีไปอยู่ไหน และเตือนพรรคการเมืองและนักการเมืองทั้งหลายว่า มาตรา 86 ห้ามไว้เลยว่า พรรคการเมืองจะไปกระทำการที่ไม่เหมาะสมไม่ได้ เช่น กระทำการล้มล้างประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ยอมให้คนนอกเข้ามาครอบงำ ไปชี้นำพรรคของตนหรือไปรับเงินจากคนต่างชาติ หรือไปรับเงินทุจริตมาใช้ในพรรค ต้องยุบพรรคการเมืองนั้น ฉะนั้นเรื่องยุบพรรคการเมืองยังเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าพรรคการเมืองยังมีพฤติกรรมอย่างนี้ ขอบคุณ กรธ.ที่เขียนกฎหมายพรรคการเมืองไว้ในทิศทางที่เป็นการปฏิรูปการเมืองไว้อย่างนี้ ตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน
...