"กองทัพเรือ" ส่ง เรือหลวงกระบี่ เรือหลวงสุโขทัย จัดหมู่เรือลาดตระเวนร่วม ไทย-เวียดนาม แล่นเข้าเยือนเมืองท่าคัมรานห์ ตามคำเชิญของ "ผบ.ทร.เวียดนาม" เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเสริมสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติการทางทหารระหว่างกองทัพเรือของทั้ง 2 ประเทศ...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องมาจากในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ของ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เข้าเยี่ยมคำนับ พล.ร.ต.ฝ่าม ฮว่าย นาม ผู้บัญชาการทหารเรือเวียดนาม เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ในการเยี่ยมคำนับครั้งนั้น ได้มีการหารือถึงการเพิ่มความสำคัญในการลาดตระเวนร่วมของทั้งสองฝ่าย ที่สำคัญ ผู้บัญชาการทหารเรือฝ่ายเวียดนาม ได้กล่าวเชิญกองทัพเรือฝ่ายไทยให้เยือนเมืองท่าคัมรานห์ ซึ่งเป็นเมืองท่าที่มีท่าเรือสำคัญทางทหารที่ได้รับการพัฒนาอย่างมากอยู่ในปัจจุบัน

ในวันที่ 19 เม.ย. 60 พล.ร.ท.พรชัย ปิ่นทอง ผู้บัญชาทัพเรือภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีส่งหมู่เรือฯ อันประกอบด้วย เรือหลวงกระบี่ เรือประเภทเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ที่กองทัพเรือต่อขึ้นเอง และเรือหลวงสุโขทัย เรือประเภทเรือคอร์เวต พร้อมกำลังพล รวม 232 นาย โดยมี พล.ร.ต.มนต์ธรรม์ วังแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นผู้บังคับหมู่เรือฯ ภารกิจในครั้งนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 19–29 เม.ย. 60 โดยมีการปฏิบัติต่างๆ ดังนี้

...

การลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือเวียดนามในครั้งนี้ มีขึ้นตามแนวเส้นแบ่งเขตในทะเล ไทย-เวียดนาม หรือที่เรียกว่า KC Line ซึ่งเป็นเส้นเขตแดนทางทะเลที่มีความเป็นมาที่น่าสนใจ คือ เป็นเส้นแบ่งเขตทางทะเลที่บรรลุข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายเมื่อ พ.ศ. 2540 เป็นไปอย่างสันติวิธี ภายใต้หลักกฎหมายทะเล

โดยฝ่ายไทยมี พล.ร.อ.ถนอม เจริญลาภ ผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษด้านกฎหมายทะเล และความรู้ในการกำหนดเขตทางทะเล (ปัจจุบันท่านได้ล่วงลับไปแล้ว) เป็นหัวหน้าคณะในการหารือกำหนดเขตทางทะเลในครั้งนั้น ฝ่ายไทยไม่มีข้อเสียเปรียบแต่อย่างใด รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ให้การยอมรับ และกองทัพเรือไทย-เวียดนาม ได้จัดเรือรบของทั้งสองฝ่ายร่วมลาดตระเวนตามแนวเส้นแบ่งเขตในทะเล KC Line หลังจาก พ.ศ. 2540 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นครั้งที่ 35

การฝึกร่วมระหว่างหมู่เรือทั้ง 2 ประเทศ ในระหว่างทำการลาดตระเวนร่วม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของทั้งสองฝ่าย และสร้างความคุ้นเคยในการปฏิบัติต่อกันในอนาคต การฝึกที่สำคัญ เช่น การแลกเปลี่ยนเป้าในทะเล การแปรกระบวนเรือ การติดต่อการสื่อสารระหว่างเรือของทั้งสองฝ่ายทางทัศนสัญญาณ (ในเวลากลางวันและกลางคืน) การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล เป็นต้น ตลอดช่วงเวลา 2 วัน (วันที่ 20–21 เมษายน 2560) ที่ลาดตระเวนร่วมกัน

การเข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการภาคทหารเรือที่ 4 ณ ท่าเรือคัมรานห์ อ.คัมรานห์ จ.แคงฮว่าห์ (Khanh Hoa) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม การเยือนท่าเรือคัมรานห์ เขตเศรษฐกิจคัมรานห์ ซึ่งเป็นท่าเรือนานาชาติขนาดใหญ่ และยังเป็นท่าจอดเรือดำน้ำชั้นกิโลของกองทัพเรือเวียดนามทั้ง 6 ลำ

เป็นท่าเรือที่สำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ของทางเวียดนามเป็นอย่างมาก ปัจจุบันได้รับการพัฒนาในหลายด้าน เป็นที่จับตามองของนานาชาติ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ทางกองทัพเรือไทยได้รับเชิญในครั้งนี้ ตลอดจนเมืองญาจาง (NHA TRANG) ซึ่งเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น

อ่าวคัมรานห์ในอดีตถูกเช่าเป็นฐานที่มั่นทางทหารให้กับหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต ในอดีต จากการที่มีลักษณะเป็นอ่าวปิด 2 ชั้น มีระดับความลึกน้ำเหมาะสมที่จะเป็นท่าเรือสำหรับเรือขนาดใหญ่ กำบังคลื่นลมได้ดี มีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 100 ตร.กม. ความกว้าง 5-6 กม. ความยาว 15 กม. ความลึกน้ำโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 16-25 ม. (ลึกสุด 32 เมตร)

บริเวณประตูอ่าวลึก 15-20 ม. ด้วยเนื้อที่บริเวณกว้างทำให้อ่าวคัมรานห์เป็นท่าเรือที่ดีที่สุดของเวียดนามในปัจจุบัน และล่าสุดเมื่อเดือนนีนาคม ในปีที่ผ่านมารัฐบาลและกองทัพเรือเวียดนามได้จัดพิธีเปิดใช้ท่าเรือคัมรานห์ให้เป็นท่าเรือนานาชาติอย่างเป็นทางการ เป็นจุดให้บริการทางทะเล ซ่อมบำรุงเรือ ต่อเรือ

และโครงการสัมปทานปิโตรเลียมในทะเล แบบครบวงจร สามารถรองรับเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีระวางขับน้ำ 110,000 ตัน อีกทั้ง สามารถรองรับเรือได้ 18 ลำ ภายในเวลาเดียวกัน และรองรับเรือได้ 185 ลำต่อปี อีกด้วย ปัจจุบันฐานทัพเรือคัมรานห์เป็นที่ตั้งของ ภาคทหารเรือที่ 4 และกองพลน้อยเรือดำน้ำที่ 189.