ประชาชนต้องเคารพ กฎหมาย แต่การบังคับใช้กฎหมายก็ต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงของสังคม

ถ้าหลับหูหลับตาบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด โดยไม่สอดคล้องวิถีชีวิตจริงของผู้คน ก็ต้องโดนวิพากษ์วิจารณ์ จิกด่าหูชาไปตามระเบียบ

เหมือนอย่างที่ คสช. โดย “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกคำสั่งมาตรา 44 เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

กำหนดให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรถยนต์ รถตู้โดยสาร และรถขนส่งสาธารณะ ต้องรัดเข็มขัดนิรภัย หรือเซฟตี้เบลท์ทุกที่นั่ง

เล็งผลเลิศเพื่อความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

จากคำสั่งนี้เลยขยายผลมาสู่การออกมาตรการเข้ม ห้ามประชาชนนั่งท้ายกระบะและแค็บหลังที่นั่งคนขับ รถกระบะ 2 ประตู เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 เมษายน

ผู้ฝ่าฝืนต้องโดนตำรวจจับ มีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท!!!

แค่บังคับใช้กฎหมายวันแรก ผู้ขับขี่รถกระบะโดนจับปรับกันระนาว เดือดร้อนกันทั่วประเทศ

เสียงสวดชยันโตรัฐบาล คสช.ดังกระหึ่มไปหมด!!!

ที่สำคัญ ยิ่งตำรวจประกาศใช้มาตรการห้ามนั่งแค็บรถและกระบะท้าย ในห้วงใกล้เทศกาลสงกรานต์ ก็ยิ่งเหมือนเป็นการขยี้หัวใจชาวบ้านซ้ำเข้าไปอีก

เพราะโดยปกติช่วงหยุดยาวสงกรานต์ทุกปี ประชาชนเป็นจำนวนมากนิยมใช้รถกระบะรับญาติพี่น้อง พรรคพวกเพื่อนฝูง เฮโลสาระพาขึ้นท้ายกระบะ กลับภูมิลำเนาบ้านเกิด

เหตุจากรถไฟ รถทัวร์ รถ บขส. รถตู้โดยสาร โดนจองเต็มหมด การอาศัยรถกระบะกลับบ้านช่วงสงกรานต์ จึงเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่สะดวกและประหยัดที่สุด

เมื่อรัฐดันออกกฎเหล็กห้ามซะดื้อๆ ชาวบ้านก็เลยปรี๊ดแตก ระเบิดอารมณ์ใส่ ก่นด่ากันเละเทะ

จุดกระแสจวกรัฐบาล บังคับใช้กฎหมายรังแกคนจน ไม่เห็นหัวอกคนรากหญ้าที่ต้องใช้รถกระบะเป็นรถอเนกประสงค์ ทำมาหากิน ขนส่งพืชผล รับส่งเพื่อนบ้าน คนงาน เด็กนักเรียน ยันคนเจ็บป่วย

...

ทำเอา คสช. เสียแฟนคลับ เสียรังวัดไปจมกระเบื้อง!!!

แต่ยังดีที่สุดท้าย “นายกฯลุงตู่” เงี่ยหูรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน พลิกตัวกลับลำทันควัน

สั่งการตำรวจและกรมการขนส่งทางบก อนุโลมให้ประชาชนสามารถนั่งท้ายรถกระบะและในแค็บได้จนถึงช่วงหลังสงกรานต์ และรัฐบาลจะเร่งรณรงค์สร้างความเข้าใจ ให้เวลาปรับตัวไปอีกระยะ

ลดกระแสต้านไม่ให้ลุกลามบานปลายไปยิ่งกว่านี้!!!

แต่สำหรับมาตรการให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าคาดเข็มขัดนิรภัยยังใช้ต่อไป ใครฝ่าฝืนต้องถูกจับปรับ ขณะที่ผู้โดยสารเบาะหลัง ถ้าไม่คาดเซฟตี้เบลท์จะโดนตักเตือน

ส่วนรถโดยสารสาธารณะ รถแท็กซี่ รถตู้ รถประจำทาง ยังใช้มาตรการเข้ม ต้องคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง

เฮ้อ...ออกคำสั่งไม่ดูข้อเท็จจริง ก็เสียฟอร์มแบบนี้แหละโยม!!!

“พ่อลูกอิน”