ดุสิตโพล คนห่วงขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% กระทบชีวิตประจำวัน ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เกือบครึ่งเชื่อข่าวลือรัฐถังแตก ขอรอบคอบ ...
วันที่ 25 มีนาคม “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำการเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,134 คน หลังมีข่าวการเรียกเก็บภาษีต่างๆ ของรัฐบาล เช่น ภาษีมรดก ภาษีที่ดินและที่อยู่อาศัย ภาษีหุ้นชิน ภาษีจากนักการเมือง ภาษีสรรพสามิต และการขอขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% กลายเป็นประเด็นที่ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมาก สรุปผลได้ ดังนี้
เมื่อถามว่า “ข่าวการเก็บภาษี” ของรัฐบาลที่ประชาชนสนใจติดตามข่าวมากที่สุด อันดับ 1 ร้อยละ 64.81 เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% เพราะ กระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อยากรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ฯลฯ อันดับ 2 ร้อยละ 61.94 เรื่อง ภาษีสรรพสามิต (สุรา ยาสูบ อาบอบนวด) เพราะเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ทำให้สินค้าและบริการมีราคาแพงขึ้น เป็นภาษีที่สร้างรายได้เข้ารัฐจำนวนมาก ฯลฯ อันดับ 3 ร้อยละ 56.10 เรื่อง ภาษีที่ดิน / ภาษีมรดก เพราะอยากรู้รายละเอียด วิธีการคำนวณภาษี กังวลว่าจะมีผลกระทบกับประชาชน ฯลฯ อันดับ 4 ร้อยละ 54.76 เรื่อง ภาษีจากนักการเมือง เพราะ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก อยากรู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะเรียกเก็บภาษีได้หรือไม่ ฯลฯ และ อันดับ 5 ร้อยละ 49.35 เรื่อง ภาษีหุ้นชินคอร์ป เพราะ เป็นคดีที่ยืดเยื้อมานาน กลายเป็นประเด็นทางการเมือง อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง รัฐบาลเอาจริงเอาจัง อยากให้มีความเป็นธรรมในการดำเนินคดี ฯลฯ
ต่อข้อถาม ประชาชนคิดอย่างไร? กรณี การเก็บภาษีดังกล่าวของรัฐบาล อันดับ 1 ร้อยละ 76.98 เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเก็บภาษี เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น อันดับ 2 ร้อยละ 68.25 เห็นว่า เป็นการเรียกเก็บมากเกินไป ไม่ควรผลักภาระให้ประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 63.76 เห็นว่า ควรเก็บภาษีให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพ
...
เมื่อถามว่า จากกระแสข่าวลือว่า “รัฐบาลถังแตก” ประชาชนคิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีหรือไม่ อันดับ 1 ร้อยละ 46.83 เชื่อว่า เกี่ยวข้อง เพราะการเก็บภาษีทำให้รัฐมีรายได้เพิ่ม รัฐบาลอาจมีเงินคงคลังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ จำนวนมาก ฯลฯ อันดับ 2 ร้อยละ 35.19 ระบุ ไม่แน่ใจ เพราะ ยังไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจน มีข่าวหลายกระแส ไม่รู้จะเชื่อข้อมูลจากแหล่งใด ฯลฯ และ อันดับ 3 ร้อยละ 17.98 เชื่อ ไม่เกี่ยวข้อง เพราะ เป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจโลก เป็นเพียงข่าวลือ รัฐยังมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ มั่นใจว่ารัฐบาลยังมีงบประมาณเพียงพอ ฯลฯ
เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าการเก็บภาษีของทุกฝ่ายมีความเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ อันดับ 1 ร้อยละ 40.77 ระบุ ไม่แน่ใจ เพราะการจัดเก็บภาษีมีหลายประเภท ตรวจสอบไม่ได้ว่านำภาษีไปใช้หรือพัฒนาประเทศอย่างไรบ้าง ประชาชนมีรายได้ไม่เท่ากัน ฯลฯ อันดับ 2 ร้อยละ 36.24 เชื่อว่า ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะสังคมมีความเหลื่อมล้ำ คนรวยมักอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อเลี่ยงภาษี ที่ผ่านมามีข่าวให้เห็นเป็นระยะ ฯลฯ และ อันดับ 3 ร้อยละ 22.99 เชื่อว่า เป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะมีระบบการจัดเก็บภาษีที่ชัดเจน มีกฎระเบียบรองรับ การจัดเก็บภาษีมีมานาน สามารถตรวจสอบได้ ฯลฯ
ต่อข้อถาม สิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกรัฐบาล กรณี การเก็บภาษีดังกล่าว คือ อันดับ 1 ร้อยละ 79.37 ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 73.02 ให้นำเงินที่ได้จากการเก็บภาษีไปใช้อย่างคุ้มค่า และโปร่งใส และอันดับ 3 ร้อยละ 71.43 ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่หลีกเลี่ยงภาษีอย่างเด็ดขาด เป็นเยี่ยงอย่าง