นกฮูกสื่อสาร

ข่าว

    นกฮูกสื่อสาร

    กิเลน ประลองเชิง

      4 มี.ค. 2560 05:01 น.

      ผมตั้งใจอ่าน เจ้ายุทธจักรดนตรีไทย (สำนักพิมพ์ศยาม ส.ค.2559) อยากรู้ว่า อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนด้านความจริง ขุนอินทร์ หรือพระยาเสนาะดุริยางค์ (แช่ม สุนทรวาทิน) มีดี ไม่ใช่เป็นตัวร้ายอย่างในหนังเรื่องโหมโรง...อย่างไร

      อ่านตั้งแต่ครูทั่งรุ่นปู่ มาถึงเรื่องของรุ่นพ่อ ครูช้อย สุนทรวาทิน... เจอเรื่องแปลก ประทับใจ ขอตัดตอนเอามาเล่าก่อน

      พ่อครูช้อยชื่อนายทั่ง ครูเสภายุค ร.2 โด่งดังถึงขั้นสุนทรภู่ เขียนไว้ในเสภา ตอนกำเนิดพลายงาม

      “แล้วนายทั่งดังโด่งเสียงโว่งโวก ว่ากระโชกกระชั้นขันนักหนา...”

      อายุได้ 3 ขวบ ครูช้อยป่วยเป็นโรคฝีดาษ ตาบอดสองข้าง ครูทั่งบิดาจึงไม่ได้สอนศิลปะการดนตรีให้

      เวลาที่ครูทั่งสอนศิษย์อยู่บนบ้าน ครูช้อยซึ่งมีนิสัยรักการดนตรี ก็นั่งอยู่ใต้ถุนบ้าน เอากะลามะพร้าว 16 ใบ คว่ำกับพื้น สมมติเป็นลูกฆ้องฝึกตีไปตามที่ท่านบิดาสอนศิษย์อยู่บนเรือน

      เวลาบิดาไม่อยู่บ้านครูช้อยก็ขึ้นเรือน ซ้อมดนตรีปี่พาทย์ต่างๆ จนมีความแม่นยำชำนาญ

      จนวันหนึ่งมีงานดนตรี แต่คนระนาดป่วย หาคนแทนไม่ได้

      ศิษย์ครูทั่งเสนอครูช้อย แต่ครูทั่งไม่แน่ใจ แต่พอให้ทดลองตี จึงรู้ว่าลูกชายตีได้ดี จึงยอมให้ออกงาน หลังจากนั้นก็เริ่มอบรมสั่งสอนศิลปะการดนตรีต่างๆอย่างจริงจัง

      ครูช้อยมีความรู้ความสามารถ มีชื่อเสียงเลื่องลือในปลายรัชกาลที่ 4 ยังเป็นศิษย์ครูมี (แขก) สมัยเป็นพระประดิษฐ์ไพเราะ จึงขึ้นชื่อลือชาอีกว่า เก่งทางปี่

      เพลงของครูช้อยที่ยังนิยมเล่นกันอยู่ มีเพลงโหมโรงครอบจักรวาล โหมโรงมะลิเลื้อย แขกลพบุรี 3 ชั้น แขกโอด 3 ชั้น ใบ้คลั่ง 3 ชั้น เทพรัญจวน 3ชั้นเที่ยวกลับ (เที่ยวแรกของครูมีแขก) ฯลฯ และยังมีเพลงดังอีกมากมาย

      เพลงไหนที่ไพเราะ แต่ไม่รู้ว่าครูใดแต่ง อย่าง โหมโรงไอยเรศ วงการตนตรีไทยก็มักยกให้เป็นฝีมือครูช้อย

      ครูช้อยสอนดนตรี ทั้งตามบ้าน วัด และวัง ช่วงเวลาที่บ้านอยู่ข้างวัดน้อยทองอยู่ ได้ไปสอนมโหรีที่ตำหนักพระราชชายาเธอ เจ้าดารารัศมี 5 ปี คุมวงปี่พาทย์ของพระยาอินทราธิบดี (เนียม) และสอนที่อื่นๆ

      ครูช้อยสีซอสามสายได้ไพเราะ...ใส่สายซอได้อย่างชำนิชำนาญ งานนี้คนตาดีทำไม่ได้ง่ายๆ

      ที่บ้านครูช้อยเลี้ยงนกฮูกไว้ตัวหนึ่ง ฝึกจนนกฮูกพูดคำว่า “พ่อเรียก” ชัดปาก จบการสอนดนตรีให้ศิษย์แล้ว ครูช้อยก็ให้ศิษย์คนหนึ่ง อุ้มนกฮูกเอากลับไปที่บ้าน

      ศิษย์คนนั้นหาอาหารป้อนนกฮูกให้อิ่มหนำ แล้วปล่อยให้กลับบ้านครูตอนใกล้รุ่ง

      ศิษย์ทุกคนผลัดเปลี่ยนเวียนหน้าอุ้มนกฮูกไปเลี้ยงไว้ที่บ้าน...จนมันจำทุกบ้านได้แม่น

      วันใดที่มีคนมาหาปี่พาทย์ไปเล่น ตกค่ำครูช้อยก็จะปล่อยนกฮูก สั่งว่า “ไปเรียกพวกพี่ๆมา”

      เจ้านกฮูกก็จะบินไปเกาะที่บ้านศิษย์ พูดว่า “พ่อเรียกๆ” ทีละบ้านๆ ทีละบ้าน จนครบทุกบ้าน

      รุ่งเช้าบรรดาศิษย์ก็จะเดิน หรือพายเรือมา ครูช้อยก็จะนัดหมาย ว่าจะต้องไปเล่นปี่พาทย์ที่ไหน เมื่อไหร่

      นี่เป็นการสื่อสารระหว่างครูดนตรีตาบอดกับศิษย์ตาดี...ที่ไม่ว่าในสมัยนั้นหรือสมัยไหนๆ ยังไม่เคยมีใครทำได้เหมือนครูช้อยเลยสักคน

      กระบวนการสื่อสารสมัยนี้ทันสมัยนะครับ...แค่กดปุ่มมือถือ...จะบอกข่าวเป็นข่าวตาย...ก็บอกได้ทันใจนึก

      เรื่องคนหอบ....ในวัดพระธรรมกาย...ไม่ว่าฝ่ายรัฐจะอ้างเหตุผลอะไร ก็คงแก้ข้อหา “ตัดการสื่อสาร” เป็นเหตุให้เขาตาย...ก่อนไปถึงมือหมอ...ไม่หลุด

      แผนรุกประชิดวัดพระธรรมกาย จับผู้ต้องหาคนเดียว ทั้งเรื่องคนผูกคอตาย คนหอบตาย...ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นใด ฝ่ายรัฐเสียแต้มไปเยอะเลย กองเชียร์อย่างผมก็กำลังตั้งตารอดูว่า อีกสักเมื่อไรจะแก้เกมเรียกแต้มคืน.

      อ่านเพิ่มเติม...

      วิดีโอแนะนำ

      ลุงป้อมอารมณ์ขัน นักข่าวบอกให้กำลังใจบอลไทยหน่อย ลุงบอก ไม่รู้ ผมไม่ได้แข่ง
      03:20

      ลุงป้อมอารมณ์ขัน นักข่าวบอกให้กำลังใจบอลไทยหน่อย ลุงบอก ไม่รู้ ผมไม่ได้แข่ง

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2565 เวลา 02:18 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์