ศตวรรษิกชน

ข่าว

ศตวรรษิกชน

ซี.12

    6 ม.ค. 2560 05:01 น.

    เคยเอ่ยถึงโครงการศึกษาวิจัยของ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่อง “การศึกษาศตวรรษิกชนคนร้อยปีในประเทศไทย” มาแล้ว

    ต่อมาเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการนำเสนอผลการศึกษานำโดย ศ.เกียรติคุณ ปราโมทย์ ประสาทกุล คณะผู้วิจัยได้สรุปผลการวิจัย 2 ประเด็น ได้แก่ 1.แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และสุขภาพอนามัยของประชากรผู้สูงอายุวัยปลายที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป 2.การศึกษาสถานะสุขภาพของผู้สูงอายุวัยปลายของศตวรรษิกชนคนร้อยปี

    ประเด็นแรก คณะผู้วิจัยได้สำรวจข้อมูลจากสำมะโนประชากรหลายชุดเพื่อนำมาวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงขนาด โครงสร้างเพศและอายุ แบบแผนการตาย ความน่าจะเป็นของการรอดชีพ และสุขภาพอนามัยของประชากรอายุ 80 ปีขึ้นไป จากการศึกษาพบว่าประชากรกลุ่มนี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเฉลี่ยประมาณร้อยละ 6 ต่อปี ซึ่งจะกลายเป็นประชากรเปราะบางกลุ่มใหญ่มากประมาณ 3.9 ล้านคนในอีก 20 ปีข้างหน้า

    ผลการวิจัยชี้ว่า แม้ผู้สูงอายุหญิงวัยปลายจะมีชีวิตยืนยาวกว่าเพศชาย แต่ผู้สูงอายุหญิงกลับต้องมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขภาพดีและไม่ทุพพลภาพด้วยสัดส่วนของระยะเวลาที่น้อยกว่าผู้สูงอายุชาย

    ประเด็นที่สอง คณะผู้วิจัยได้ทำการตรวจสอบข้อมูลศตวรรษิกชนจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองตามระเบียบวิธีวิจัย โดยการทำวิจัยภาคสนามในพื้นที่ 4 จังหวัดในแต่ละภาคและในกรุงเทพฯ เพื่อทำการสำรวจว่าประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และได้นำสัดส่วนของคนร้อยปีในพื้นที่ตัวอย่างไปใช้คาดประมาณจำนวนคนร้อยปีโดยรวมของทั้งประเทศ พบว่ามีคนร้อยปีที่คาดประมาณว่ายังมีชีวิตอยู่และอายุถึง 100 ปีจริง 1,026 คน

    ถึงแม้ว่าข้อค้นพบจากทั้งสองประเด็นยังไม่ได้ตอบโจทย์สำคัญของการวิจัยว่าอะไรคือปัจจัยที่นับว่าเป็นตัวชี้วัด “ความยืนยาวของชีวิต” แต่นับเป็นคุณูปการที่สำคัญยิ่งในการนำไปใช้ประโยชน์หลายประการ คือ

    ประการหนึ่ง กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการทะเบียนราษฎรสามารถนำผลการศึกษาวิจัยไปพัฒนาปรับปรุงระบบข้อมูลทะเบียนราษฎรให้สมบูรณ์แบบและใช้เป็นฐานที่สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นและนำไปใช้อ้างอิงได้

    ประการที่สอง ภาครัฐมีฐานข้อมูลประชากรที่มีความถูกต้องเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการวางนโยบายด้านสิทธิและสวัสดิการสังคมในฐานะ Linkage Center หรือการบริการฐานข้อมูลประชาชนและบริการภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สวัสดิการอุดหนุนเด็กแรกเกิด ฯลฯ

    ประการที่สาม คือการที่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ได้แก่ การกำหนดนโยบายและการนำนโยบายด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไปสู่การปฏิบัติ เช่น การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สุขภาวะทางกายและจิตใจ โภชนาการ การสาธารณสุข การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น

    ทราบว่าขณะนี้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเองก็อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรให้เป็นปัจจุบัน โดยอยู่ระหว่างการสำรวจกลุ่มประชากรที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป (เกิดก่อนปี 2459) คู่ขนานไปกับโครงการวิจัยนี้ด้วยเช่นกัน

    บ้านไหนใครมีศตวรรษิกชนคนร้อยปีอยู่ในบ้านก็เหมือนมีพระคุ้มครองมากกว่าเป็นภาระ.

    “ซี.12”

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ครูเรียกนักเรียนเข้าห้องปกครอง เหตุรับจ๊อบขายนมเปรี้ยวกลางสี่แยก แต่สุดท้ายจบซึ้ง
    03:21

    ครูเรียกนักเรียนเข้าห้องปกครอง เหตุรับจ๊อบขายนมเปรี้ยวกลางสี่แยก แต่สุดท้ายจบซึ้ง

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 13:26 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์