ไม่เข้าถึงปัญหาดับต้นเหตุ

ข่าว

ไม่เข้าถึงปัญหาดับต้นเหตุ

สายล่อฟ้า

    2 ธ.ค. 2559 05:01 น.

    บันทึก

    มาเฟีย ผู้มีอิทธิพล ธุรกิจสีเทา...ยังไม่มีคำตอบ

    ว่าที่จริงแล้วรัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศนโยบายในเรื่องการปราบปรามมาตั้งแต่ต้น โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้รับผิดชอบ

    แรกๆดูท่าทางเอาจริงเอาจังด้วยการส่งตำรวจกองปราบและหน่วยคอมมานโดออกไปลุยในพื้นที่หลายจังหวัด ได้อาวุธ ได้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมากพอสมควร

    มีการประกาศว่า ทางการมีรายชื่อกลุ่มบุคคลเหล่านี้ในบัญชีดำทั้งประเทศจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ผู้คนก็เริ่มคิดและดีใจว่าจะเอาจริงเอาจังกัน

    แต่ดูเหมือนจะดำเนินไปได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น จากนั้นก็ค่อยๆเงียบหายไป มีการจัดการบ้างแต่ก็ไม่มากนัก

    ทำท่าว่าจะหยุดปฏิบัติการไปแล้ว

    ทำท่าว่าผู้มีอิทธิพลจะไม่มีแล้วในเมืองไทย

    ถ้ามองให้ลึกลงไป การปฏิบัติการต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะมุ่งไปทางด้านการเมืองและความมั่นคงมากกว่าที่จะปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างเอาเป็นเอาตาย แม้ว่าในส่วนหนึ่งจะมีการพุ่งเป้าไปที่บุคคลที่เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นก็ตาม

    สรุปแล้วเพียงแค่หวังผลทางการเมือง หรือกลุ่มการเมืองมากกว่าที่จะลงลึกไปถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เจ้าพ่อ มาเฟีย หรือธุรกิจสีเทาอย่างที่มีการคาดหวังกัน

    เหตุการณ์ที่เชียงใหม่ในสถานบันเทิง “มาลิน สกาย” ผับชื่อดังที่มีการทำร้ายลูกชายนายพลทหารเรียกว่า “ยำเละ” จนเป็นข่าวเกรียวกราวดังไปทั่วประเทศ

    นายกฯและรองนายกฯต่างให้ความสนใจถึงกับประกาศจะต้องจัดการให้เด็ดขาดและมีนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.พร้อมที่จะขึ้นไปจัดการด้วยตนเอง

    ย้อนถามกลับไปว่า นโยบายนี้ยังมีอยู่ไม่ใช่หรือ?

    นี่แหละครับ...ประเทศไทย พอมีเรื่องฮือฮาขึ้นมาก็ขยับกันที ทั้งๆที่นโยบายนี้ยังดำรงอยู่ เพียงแต่เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้เอาจริงเอาจังอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขอย่างนี้จึงไม่สามารถดำเนินการให้หมดไปได้

    จากกรณีนี้ยังได้เห็นว่าสังคมประเทศนี้ การบังคับใช้กฎหมายคือปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเลวร้ายอย่างไม่ควรจะเกิดขึ้น

    ลึกลงไปอีกปรากฏว่า ผับดังกล่าวไม่มีอนุญาต และยังเป็นสถานที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานศึกษาที่มีกฎกติกาห้ามเอาไว้แล้ว

    แต่ทำไมยังดำเนินธุรกิจได้

    เพราะเจ้าหน้าที่รัฐทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยปละละเลย และมีผลประโยชน์ร่วมอยู่ด้วยทั้งทางตรงทางอ้อม

    เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนรู้เห็น เจ้าของกิจการก็ไม่ต้องหวั่นเกรงอะไร ไม่ว่าใครก็ตามเพราะถือว่าเคลียร์ได้

    หรือคลำเป้าต่อไปอีกเมื่อมีการปิดโรงแรมแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องเจ้าของหรือผู้บริหารผับดังกล่าว เพราะไม่มีใบอนุญาตเช่นเดียวกัน

    เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่มีการตรวจสอบพบ แล้วโรงแรมต่างๆที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดไม่ว่าจะเป็นที่เชียงใหม่ หรือในจังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจะมีลักษณะนี้อีกหรือไม่

    คำตอบก็ต้องบอกว่ามีแน่ๆ โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่ดำเนินธุรกิจแอบแฝงไม่ต่างกัน คล้าย “บูติกโฮเต็ล” ไม่ใหญ่มากนัก

    เหล่านี้ล้วนเป็นตัวบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งรับผิดชอบโดยตรงไม่ได้มีการตรวจสอบ ปล่อยปละละเลย เพราะมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่

    นี่คือประเทศไทยที่แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ลูบหน้าปะจมูกกันมาตลอด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ไม่คาดฝัน จยย.แข่งแหกโค้งชนคนดูเด็ก 10 ขวบตาย บาดเจ็บ 7 ราย
    00:31

    ไม่คาดฝัน จยย.แข่งแหกโค้งชนคนดูเด็ก 10 ขวบตาย บาดเจ็บ 7 ราย

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2565 เวลา 08:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์