ผู้รู้ปัญหาการเมืองดีที่สุด

ข่าว

ผู้รู้ปัญหาการเมืองดีที่สุด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    1 ก.ค. 2559 05:01 น.

    บันทึก

    น่าจะเกิดความเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง เมื่อนักข่าวเรียนถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีที่นักการเมืองระดับผู้นำสามพรรคใหญ่ นัดหารือกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่าทางออกอะไร แก้ปัญหาอะไร ต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรมก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดีตามขั้นตอนก่อน จึงค่อยมาหารือ “ผมหารือกับผู้ทำผิดกฎหมายไม่ได้”

    นายกรัฐมนตรีอาจจะเข้าใจผิด คิดว่านักการเมืองจะขอหารือกับตน เพื่อหาทางออกให้ประเทศ แต่แท้ที่จริงนักการเมือง ทั้งสามคือนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แห่งพรรคเพื่อไทย นัดจะพูดคุยกันเอง และไม่มีข่าวทั้งสามคนมีคดีอะไรที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

    จากการติดตามรายงานข่าว ดูเหมือนว่านักการเมืองจะนัดคุยกันเอง โดยไม่เกี่ยวกับพรรค แต่เป็นการพูดคุยแบบระดมสมอง เพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชาติ เพราะยอมรับว่านักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ถูกมองว่าเป็นจำเลยสังคม เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองที่มักนำไปสู่ความรุนแรง จนเกิดรัฐประหาร จึงต้องย้อนกลับมาตรวจสอบตนเอง

    จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดี หากนักการเมืองจะย้อนกลับมาดูตัวเอง เป็นจำเลยของสังคม และเป็นต้นตอของปัญหาการเมืองจริงหรือไม่? เพื่อนำไปสู่การระดมสมองเพื่อหาทางแก้ปัญหา ไม่ควรมองว่าเป็นการสุมหัวกัน เพื่อก่อความวุ่นวาย ต้องเปิดใจให้กว้าง อย่าผูกขาดความรักชาติไว้ในกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด เพราะคนส่วนใหญ่ล้วนหวังดีต่อประเทศชาติ

    การตั้งวงสุนทรียสนทนาของนักการเมืองกลุ่มเล็กๆ อาจขยายวงนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองได้ หากทุกฝ่ายยึดหลักการ “ประเทศชาติต้องมาก่อน” นักการเมืองระดับผู้นำพรรคส่วนใหญ่รู้แจ้งแทงตลอดปัญหาการเมือง มีต้นตอมาจากอะไร พูดตามหลักพระพุทธศาสนาก็ต้องบอกว่ารู้ “อริยสัจ” ทางการเมืองดี แต่มีปัญหาว่าต้องการแก้ไขจริงจังหรือไม่?

    อริยสัจ 4 ทางการเมือง ได้แก่ “ทุกข์” คือตัวปัญหา “สมุทัย” ต้นเหตุของปัญหา “นิโรธ” คือการดับทุกข์หรือการแก้ปัญหา และ “มรรค” คือแนวทางการแก้ปัญหา นักการเมืองผู้คลุกคลีอยู่ในเวทีการเมืองมายาวนาน จะต้องรู้ปัญหา แต่ไม่ได้จับมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะติดกับดักการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ เพื่อใช้อำนาจตามแนวทางของตน

    นักการเมืองส่วนใหญ่จึงขาดความมุ่งมั่น หรือเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ที่จะกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน เพราะติดกับดักของอำนาจ ฉะนั้น หากมีนักการเมืองมีเจตนาดีที่จะร่วมกันหาทางแก้ปัญหาของประเทศ จึงควรได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ไม่ควรมองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป แต่ควรมองในแง่ดี ไม่มองแต่ความขัดแย้ง.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    วินาที “ครูบาบุญชุ่ม” ล้มทั้งยืน ก่อนมีข่าวบินด่วนรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพฯ
    03:11

    วินาที “ครูบาบุญชุ่ม” ล้มทั้งยืน ก่อนมีข่าวบินด่วนรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพฯ

    ApplicationMy Thairath

    วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 เวลา 19:22 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์