สับสนตัวเลขจีดีพีไทย ควรเชื่อสำนักไหนมากที่สุด?

ข่าว

สับสนตัวเลขจีดีพีไทย ควรเชื่อสำนักไหนมากที่สุด?

ซูม

    3 มิ.ย. 2559 05:01 น.

    เมื่อสัปดาห์ก่อนโน้น สภาพัฒน์โดยท่านเลขาธิการออกมาแถลงข่าวด้วยตนเอง ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกดีขึ้นมากอย่างผิดหูผิดตา...ท่านถึงขนาดใช้คำว่าขยายตัวมากที่สุดในรอบ 12 ไตรมาสเลยทีเดียว

    ส่งผลให้สภาพัฒน์ปรับการคาดหมายจีดีพีของปีนี้เสียใหม่ โดยคาดว่าจะเพิ่มระหว่าง 3.0-3.5 เปอร์เซ็นต์ และมีค่ากลางที่ 3.3 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่า 2.8 เปอร์เซ็นต์ ของปี 2538

    ผมยังหยิบตัวเลขของท่านมารายงานให้ท่านผู้อ่านทราบในคอลัมน์นี้ และแสดงความโล่งใจที่ทราบว่า เศรษฐกิจเริ่มจะเงยหน้าขึ้นมาได้บ้าง

    แต่ก็ได้ฝากข้อคิดความเห็นมิให้ชะล่าใจ ตามที่สไตล์ของผมเอาไว้ด้วย เพราะบางสาขา เมื่อดูในรายละเอียดแล้ว ก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่พอสมควร โดยเฉพาะในสาขาเกษตรกรรม ซึ่งเจอทั้งปัญหาภัยแล้ง และพืชผลราคาตกตํ่า ในเกือบทุกๆประเภท

    หลังจากสภาพัฒน์แถลงการณ์คาดการณ์ออกมาแล้ว ก็มีทั้งเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยสลับกันไป

    ทางภาคราชการส่วนใหญ่ จะมองภาพไปในทางเดียวกับสภาพัฒน์คือ คาดว่าจะดีขึ้น ในขณะที่ภาคเอกชนยังไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรนัก โดยเฉพาะศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจของหอการค้าไทย ยังไม่มั่นใจว่าจะดีขึ้น และคาดหมายว่าจีดีพีไม่น่าจะขยายตัวเกิน 3 เปอร์เซ็นต์

    สถาบันการเงินหลายๆแห่งก็ยังเห็นว่าน่าจะอยู่ที่ 2.8 เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าดีขึ้นแต่ก็จะอยู่ที่ 2.8 เปอร์เซ็นต์นี่แหละ เพราะที่คาดไว้คราวก่อนอยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    ครับก็เป็นเรื่องธรรมดาของการมองภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ย่อมจะมีมุมมองแตกต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับแบบจำลองที่แต่ละฝ่ายนำมาใช้ในการคำนวณ คาดการณ์ หรือสมมติฐานในบางประเด็น

    แต่ที่ทุกๆฝ่ายจะต้องระมัดระวังก็คือตัวเลข จีดีพี นั้น เป็นตัวเลข ในภาพรวม เป็นการพยากรณ์อย่างกว้างๆเท่านั้น

    ในโลกแห่งความเป็นจริงทางเศรษฐกิจยังมีอะไรที่ลึกซึ้งละเอียดอ่อนอีกมากที่อาจไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีประชาชาติ และไม่อาจนำมาใส่ในสูตรการคำนวณจีดีพีได้

    อีกเหตุผลหนึ่งที่ยังต้องระวังก็คือ ข้อมูลตัวเลขในบ้านเราแม้จะมีการปรับปรุงจนดีขึ้นมากในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีอีกหลายตัวที่อาจได้มาจากการสำรวจ จากการประมาณการมิใช่ตัวเลขจริงๆที่เกิดขึ้น

    อาจจะประเมินพลาด อาจจะคำนวณผิด ล้วนเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอๆเช่นกัน

    ต่างกับของประเทศโดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีการพัฒนาข้อมูล พัฒนาตัวเลข ตลอดจนกลไกต่างๆด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการเงิน จนทำให้ตัวเลขมีความเชื่อถือได้ค่อนข้างสูง

    เมื่อคำนวณออกมาเป็นจีดีพีจึงมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริง และสามารถใช้จีดีพีเป็นเครื่องวัดเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง

    สำหรับของเรานั้นแม้จะดีขึ้นมากอย่างที่กล่าวแล้ว แต่ก็ยังมีอะไรอีกหลายๆ อย่างที่มองไม่เหมือนกัน ตีความไปคนละทาง จึงทำให้ตัวเลขของหลายๆสำนักไม่เหมือนกัน

    มาคิดอีกทีก็ดีเหมือนกันที่มีการมองต่างมุม และเห็นไม่เหมือนกัน เพราะในแต่ละมุมที่มีการมองนั้นท่านจะให้เหตุผลของท่านไว้ด้วย

    เราสามารถที่จะหยิบมาวิเคราะห์ตามและพิจารณาด้วยเหตุ

    ด้วยผลของเราว่า ควรเชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไร หรือควรจะเชื่อใครดีในบรรดาการคาดการณ์ต่างๆ ที่แถลงกันออกมา

    เท่ากับเป็นการฝึกสมอง ฝึกความคิดของผู้ที่ช่วยทำจีดีพีไปใช้ ซึ่งจะทำให้เรามีความระมัดระวัง และมีความรอบคอบมากขึ้น

    เหนืออื่นใด หลังจากวิเคราะห์ของทุกสำนักแล้ว จะต้องนำมาเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงที่เรากำลังเผชิญอยู่ หมายถึงว่า เราทำธุรกิจอะไรอยู่ ลงทุนอะไรอยู่ เราก็ควรจะเอามาดูว่าสอดคล้อง หรือเป็นไปตาม ที่มีการพยากรณ์หรือไม่

    ในทางที่ถูกต้องแล้ว เราควรจะให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่บริษัทเราหรือธุรกิจเราเผชิญหน้าให้มากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเป็นความอยู่รอดของเราเอง

    จีดีพีเป็นเพียงส่วนประกอบในการตัดสินใจเท่านั้นเองครับ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นอะไรมากนักว่างั้นเถอะ.

    ซูม

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    เฟซบุ๊ก แตงโม ปล่อยคลิป กระติก ยาว 18 วินาที
    00:18

    เฟซบุ๊ก แตงโม ปล่อยคลิป กระติก ยาว 18 วินาที

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 04:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์