“ทองคำ” อาวุธลับมหาอำนาจ

ข่าว

“ทองคำ” อาวุธลับมหาอำนาจ

สายล่อฟ้า

    7 พ.ค. 2559 05:01 น.

    บันทึก

    ความเป็นไปในสถานการณ์โลกไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ วัฒนธรรม ศึกสงครามล้วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก ไทยแม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็ไม่พ้นวังวนเหล่านี้ไปได้

    ในเวทีโลกทุกวันนี้ประเทศอภิมหาอำนาจที่แสดงตนอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ จีน รัสเซีย ยุโรป หรือแม้กระทั่งประเทศในตะวันออกกลางล้วนมีความเคลื่อนไหวที่จะต้องให้ความสนใจด้วย

    คู่ขัดแย้งที่ปรากฏเห็นชัดๆ ก็คือ สหรัฐฯ ยุโรปกับรัสเซีย จีน

    พูดง่ายๆว่าแม้มองผิวเผินจะยังไม่ปรากฏชัดถึงขั้นที่ว่าจะเปิดสงครามกันจนก่อให้เกิดสงครามโลกอย่างที่ผ่านมา

    แต่น่าจะเป็นเพียงการต่อสู้ที่ลึกลํ้าด้วยการเตรียมการกันโดยเฉพาะเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เสริมศักยภาพเป็นการภายในและพยายามเจาะหาข่าวซึ่งกันและกัน

    เท่าที่รู้รัสเซียนั้นมีอาวุธเด็ดๆเหนือกว่าสหรัฐฯด้วยซํ้าไป

    แต่สิ่งที่รับรู้กันได้สงครามโลกที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ 1-2 ล้วนมีปัจจัยเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดและชี้ขาด

    “ทองคำ” คือสิ่งที่น่าจับตามากที่สุด

    จีนและรัสเซียล้วนสะสมทองคำเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถือว่ามีมูลค่าที่เหนือว่ากระดาษอย่างชัดเจน

    ว่ากันว่าเวลานี้จีนและรัสเซียเป็นผู้ซื้อทองคำสะสมเอาไว้เป็นรายใหญ่ของโลกนับแต่สิ้นปี 2008 เป็นต้นมา ปริมาณทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวจาก 600 ตันเป็น 1,762 ตัน

    รัสเซียได้ซื้อทองคำจนมีทองคำอยู่ในมือ 1,415 ตัน

    บรรดาประเทศที่มีทองคำสำรองมากที่สุดนั้น จีนอยู่ในอันดับ 5 รัสเซียอันดับ 6 ตามหลังสหรัฐฯ เยอรมนี อิตาลีและฝรั่งเศส

    ประเทศที่มีทองคำสำรองมากกว่าจีนและรัสเซียส่วนใหญ่จะเก็บสำรองเอาไว้ที่สหรัฐฯ แม้จะมีความพยายามทวงคืนแต่สหรัฐฯ ก็ไม่ยอมหรือขอตรวจสอบก็ไม่ได้อ้างว่าต้องการให้ประเทศต่างๆดำเนินการด้านธุรกิจอย่างโปร่งใส

    เก็บเอาไว้ที่สหรัฐฯ นั่นแหละดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด

    ว่ากันว่าทองคำของจีนและรัสเซียนั้นแม้จะเปิดเผยตัวเลขจำนวนหนึ่ง แต่เชื่อว่าทั้ง 2 ประเทศยังมีทองคำสำรองอีกจำนวนมากแต่ไม่ยอมเปิดเผย

    การที่จีนเริ่มดำเนินการเพื่อใช้มาตรฐานทองคำเป็นเงินหยวนถือว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองที่สำคัญ

    การกำหนดใช้ “เงินหยวน” เป็นมาตรฐานในการซื้อขายทองคำแทนที่ดอลลาร์เป็นการผลักดันให้จีนก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งเพื่อเป็นผู้กำหนดราคาในการซื้อขาย

    เพราะทุกประเทศในโลกต่างก็ต้องการที่จะมีอำนาจในการกำหนดราคาหรืออย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้มีปากมีเสียงในเรื่องนี้

    ปัจจุบัน 80% อำนาจในการกำหนดราคาอยู่ในมือคือลอนดอนและนิวยอร์ก

    การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นเครื่องรับประกันว่านักลงทุนชาวจีนจะค้าขายทองด้วยเงินหยวนแทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งจะช่วยเสริมสร้างอำนาจการกำหนดราคาของจีนให้มีความเข้มแข็งในตลาดต่างประเทศ และเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

    พูดง่ายๆว่าจีนและรัสเซียกำลังจะใช้ “ทองคำ” เพื่อเป็นอำนาจต่อรองทางด้านการเงินอันหมายถึงเศรษฐกิจโลก

    เงินหยวนจะเข้ามาแทนที่เงินดอลลาร์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อสร้างอำนาจต่อรองในด้านเศรษฐกิจ

    เป็นการ “ปิดล้อม” ด้านเศรษฐกิจของจีน-รัสเซียที่มีต่อสหรัฐฯ และยุโรป.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ไม่คาดฝัน จยย.แข่งแหกโค้งชนคนดูเด็ก 10 ขวบตาย บาดเจ็บ 7 ราย
    00:31

    ไม่คาดฝัน จยย.แข่งแหกโค้งชนคนดูเด็ก 10 ขวบตาย บาดเจ็บ 7 ราย

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2565 เวลา 21:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์