“คอร์รัปชัน” ต้องแก้ที่คนและ ก.ม.

ข่าว

“คอร์รัปชัน” ต้องแก้ที่คนและ ก.ม.

สายล่อฟ้า

    1 ก.พ. 2559 05:01 น.

    องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้จัดอันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ซึ่งก่อตั้งในประเทศเยอรมนีมีหน้าที่ในการต่อสู้และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลก ซึ่งเริ่มจัดทำดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา

    ปี 2558 ได้มีการสำรวจไปทั้งสิ้น 167 ประเทศ ปรากฏว่าแชมป์เก่าเดนมาร์กยังคงรักษาตำแหน่งไว้ที่ 91 คะแนนเต็มร้อย รองลงมาคือฟินแลนด์ 90 คะแนน สวีเดน 89 คะแนน ทั้ง 2 อันดับคะแนนไม่ต่างกันมากนัก

    เกาหลีเหนือและโซมาเลียอันดับบ๊วยสุดเท่ากันคือ 8 คะแนน

    ประเทศไทยรั้งอันดับ 3 ของอาเซียนได้ 38 คะแนน คะแนนเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ขยับอันดับโลกดีขึ้นคือที่ 76

    “สิงคโปร์” อันดับที่ 8 ของโลก และครองอันดับ 1 ของอาเซียนและเอเชีย

    “มาเลเซีย” อันดับ 54 ของโลกมี 50 คะแนน ลดลงจากปีก่อน 2 คะแนน อยู่ในอันดับ 2 อันดับ 4 คืออินโดนีเซีย อันดับ 5 คือฟิลิปปินส์ เวียดนาม อันดับ 6 และเป็นอันดับที่ 112 ของโลก จากนั้นก็เป็นลาว พม่า กัมพูชา ไล่เรียงกันไป

    ในส่วนของประเทศไทยนั้น แม้อันดับโลกจะดีขึ้น แต่คะแนนยังไม่ขยับคือเท่าเดิม นั่นแสดงว่าการทุจริตคอร์รัปชันก็ยังไม่ดีขึ้นมาเท่าใดนัก

    แม้ว่ารัฐบาล คสช.จะเน้นหนักในการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง แต่ก็ยังคงทำได้ไม่เต็มที่จนทำให้อันดับคะแนนยังคงที่

    แสดงว่า “คอร์รัปชัน” ยังเป็นปัญหารากเหง้าที่จะต้องแก้ไขกันอย่างบูรณาการ ทั้งด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายจะต้องเข้มข้นมากกว่าที่ผ่านมา

    แม้แต่ในยุคนี้ที่ คสช.มีอำนาจเต็มๆก็ยังไม่สามารถจัดการให้อยู่หมัดได้ อันเป็นเครื่องฟ้องว่าคนที่คิดทุจริตไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯและหัวหน้า คสช.ที่บริหารประเทศอยู่นั้น แม้ว่า “หัวไม่ส่าย แต่หางยังกระดิกอยู่”

    น่าจะลองสำรวจตรวจสอบให้ลึกลงไปอีก ดูซิว่าใครเป็นใครบ้างที่ยังไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีร่วมคณะ เพื่อน พ้อง น้อง พี่และข้าราชการเพื่อจะได้จัดการให้เด็ดขาด

    มีกระบวนการขับเคลื่อนที่เด่นชัดในการปราบปรามทุจริตก็คือ ร่างแรกของรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ได้ให้สมญาว่า “ป้องกันและปราบปรามคนโกง”

    เพราะเท่าที่พิจารณาจากเนื้อหาแล้ว มีการเน้นหนักไปที่ “นักการเมือง” เป็นการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่การเมืองที่มีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการตรวจสอบภาษีย้อนหลังอันเป็นการเริ่มจากต้นน้ำเลยทีเดียว

    การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองก็มีมาตรการตรวจสอบ การใช้งบประมาณแผ่นดินก็ไม่ต่างกันและยังมีบทลงโทษที่รุนแรง

    นักการเมืองที่เคยกระทำความผิดทั้งการทุจริต การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถเล่นการเมืองได้

    แม้แต่นโยบายของพรรคการเมืองก็มีบทบัญญัติที่ป้องกันการใช้นโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นการหลอกลวงประชาชนเพื่อหวังคะแนนเสียงและการทุจริตจากนโยบายนี้

    ถ้าเอาจริงเอาจังกันตั้งแต่ต้น จะเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา

    แต่อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่ต่างกันก็คือ การบังคับใช้กฎหมายเพราะเป็นต้นตอหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริตไปทุกระดับ

    “ตำรวจ” ในฐานะผู้รักษากฎหมาย หากปล่อยให้เป็นไปอย่างทุกวันนี้ ไม่มีทางแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้

    เพราะ...นี่แหละคือต้นตอของปัญหาที่จะต้องปฏิรูปในทันที.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    “ชัชชาติ” สำรวจชุมชนแออัดย่านทองหล่อ เล็งปรับให้อยู่ในที่ถูกกฎหมาย
    07:56

    “ชัชชาติ” สำรวจชุมชนแออัดย่านทองหล่อ เล็งปรับให้อยู่ในที่ถูกกฎหมาย

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 เวลา 09:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์