ความหวังอยู่ที่ ‘สมคิด’

ข่าว

ความหวังอยู่ที่ ‘สมคิด’

ทีมข่าวการเมือง

    2 ธ.ค. 2558 05:01 น.

    ถึงจังหวะต้อง “เปิดใจ” กันแล้ว

    ในอารมณ์ที่ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์นักข่าวแบบปล่อยเบรกยาว ยืนยัน ขณะนี้ยังทำหน้าที่ตามปกติ

    ไม่มีการตัดสินใจไขก๊อกตามกระแสกดดัน

    “ผมยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ ผมไม่เคยหวังที่เอาประโยชน์อะไรจากโครงการนี้ คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรที่จะให้โครงการนี้เดินหน้าไป แม้แต่ทุนทรัพย์ของเราเองหรือจากคนรู้จักที่จะมาบริจาค ก็ดำเนินการกันมาด้วยความตั้งใจและโปร่งใส เคยให้นโยบายกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าการทำงานต้องทำให้เรียบร้อยที่สุด โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้”

    ตามระดับความเข้ม คำพูดของชายชาติทหารที่เครดิตสูงกว่านักการเมือง

    โดยเฉพาะตรงที่ พล.อ.อุดมเดชบอกเลยว่า โครงการอุทยานราชภักดิ์เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายในฐานะที่ตัวเองเกษียณเมื่อปีที่ผ่านมา โดยที่ตนเองและกองทัพบกระลึกเสมอมาว่าเรามีศักยภาพที่จะทำอะไรขึ้นมาให้มากกว่าการเป็นทหารชั้นผู้น้อย

    จุดนี้น่าจะอธิบายอะไรได้ เพราะคิดกันตามตรรกะง่ายๆคนระดับอดีตจ่าฝูงกองทัพบกที่มีช่องทางของผลประโยชน์มากมาย มีแต่คนพร้อมเสนอให้

    ถ้าจะมีนอกมีในจริงๆ คงไม่เสี่ยงกับหัวคิวหลักแสนหรือหลักไม่กี่ล้าน

    งานนี้น่าจะเชื่อได้ในความสุจริตใจ เจ้าตัวต้องการให้เป็นเกียรติประวัติของชีวิต ในฐานะอดีต ผบ.ทบ.ที่มีการสร้างประวัติศาสตร์อวดลูกหลานในวงศ์ตระกูล

    แต่เรื่องของเรื่อง ถ้าไม่บังเอิญว่าในทางกระแสมันยังมีปมก้ำกึ่งกับมาตรฐานความรับผิดชอบต่อขบวนการไม่โปร่งใสที่พัวพันอยู่กับนายทหารคนสนิท

    โดยเครดิตของทีมงาน คสช.ที่ตั้งมาตรฐานความโปร่งใสไว้เหนือนักการเมืองสูงลิบ

    เอาเป็นว่า สถานการณ์นับจากนี้ไป รมช.กลาโหมจะอึดทนแรงเสียดทานได้มากแค่ไหน ตามปรากฏการณ์ที่เห็นได้จากอาการที่ “บิ๊กโด่ง” ต้องตอบคำถามนักข่าวแบบให้สัมภาษณ์ยาวสุดนับตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ.จนมานั่งเป็นรัฐมนตรี แถมมีการโยงไปถึงขบวนการที่แอบยิ้มเยาะอยู่เบื้องหลัง

    ผิดจากบุคลิกปกติที่เงียบขรึม สงวนท่าทีเสียเป็นส่วนใหญ่

    แน่นอนว่านี่คือสถานภาพของ “ตำบลกระสุนตก”

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็เหมือนจะโยงเป็นคนละเรื่องเดียวกัน โดยกระแสกดดัน “บิ๊กโด่ง” ทุ่นระเบิดอุทยานราชภักดิ์จะสร้างความสาหัสกับรัฐบาล คสช.ได้ขนาดไหน

    ถึงขั้น “เรือแป๊ะ” จะเกยตื้นเลยหรือไม่

    มันก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประกอบอีกด้านหนึ่งด้วย ตามสัญญาณด้านบวกทางเศรษฐกิจที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ นำคณะเดินสายโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น

    หอบความหวังกลับมาเป็นกระบุงโกย

    โดยเฉพาะการยืนยันว่า ญี่ปุ่นจะไม่ทิ้งฐานการลงทุนที่เมืองไทยไปประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับมีการเปิดดีลทั้งระดับนักลงทุนรายใหญ่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

    กระตุกบรรยากาศเศรษฐกิจด้านต่างประเทศดูมีน้ำมีนวลขึ้น

    แต่ขณะเดียวกันก็มีโจทย์เศรษฐกิจภายในประเทศรออยู่ ตามคิวรีบด่วนที่นายสมคิดนัดคุยกับผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก 7 สมาคมที่กำลังเจอปัญหาเหล็กคุณภาพต่ำจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาตีตลาด ดัมพ์ราคาตัดหน้าอย่างหนัก

    โรงงานเหล็กกว่า 100 โรงงาน มูลค่าลงทุนนับแสนล้านส่อเจ๊งตามๆกัน

    ตามรูปการณ์ ถ้ายังไม่มีการเร่งออกมาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ก็เสี่ยงเกิดภาวะโรงงานเลิกกิจการ แรงงานนับแสนคนต้องได้รับผลกระทบอาจถึงขั้นตกงาน

    ซึ่งนั่นก็จะกระเทือนเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นห่วงโซ่

    นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า ประเมินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทีมนายสมคิดที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าเมกกะโปรเจกต์รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ เร่งการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการอัดฉีดงบประมาณโครงการ “ประชารัฐ” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับฐานราก

    มุ่งทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศลื่นไหลไปได้

    “สมคิด” ไม่ปล่อยให้ปมเหล็กหนักๆทำให้สะดุดแน่.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "แม่แตงโม" โชว์ลูกคอ "ใต้ร่มมลุลี" เชื่อ ลูกตาย โยง "ฆาตกรรมอำพราง"
    00:33

    "แม่แตงโม" โชว์ลูกคอ "ใต้ร่มมลุลี" เชื่อ ลูกตาย โยง "ฆาตกรรมอำพราง"

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 13:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์