จับตาดู “ยักษ์” จีน ป่วยเมื่อไรไทยสะเทือน

ข่าว

จับตาดู “ยักษ์” จีน ป่วยเมื่อไรไทยสะเทือน

ซูม

    6 ส.ค. 2558 05:01 น.

    ช่วงนี้ทุกสายตาของผู้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก ต่างก็เพ่งไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนแทบจะไม่กะพริบเลยก็ว่าได้

    เหตุเพราะประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นที่สองของโลกกำลังออกอาการหลายอย่างที่ไม่น่าไว้วางใจ

    เริ่มจากอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีนี้ ที่ออกมาเพียงร้อยละ 5.7 บ่งชัดว่าตลอดทั้งปี ปีนี้ไม่น่าจะถึงร้อยละ 7 อย่างแน่นอน และโอกาสสูงมากที่จะโตแค่ร้อยละ 6.5 หรือต่ำกว่านี้ เมื่อดูจากแนวโน้มที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

    พอตัวเลขความเจริญเติบโตส่อแววว่าจะหดลง โรคร้ายอย่างอื่นๆก็เริ่มตามมา

    โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่จู่ๆก็ทรุดฮวบทิ้งดิ่งลงอย่างน่าตกใจ

    จนรัฐบาลต้องเข้าไปช่วยค้ำไว้

    แต่กระนั้นก็ยังมีอาการหนาวๆร้อนๆ 3 วันดี 4 วันไข้อยู่ตลอด

    ฟองสบู่ตลาดหุ้นจีนจะแตกหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดอยู่ในขณะนี้

    รวมความแล้วอาการไข้ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นที่เมืองจีนจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างแน่นอน และจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยเราด้วยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

    สำหรับประเทศไทยเรานั้นจีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่าประมาณร้อยละ 12 ของการส่งออกทั้งหมด เกิดอะไรขึ้นที่จีนก็จะส่งผลมาถึงเมืองไทยโดยตรง ถึงขนาดจะทำให้อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะต้องลดลงไปด้วยอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียว

    จากข่าวร้ายที่มาจากจีนเป็นระลอกเช่นนี้ รวมทั้งข่าวร้ายของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนักในปีนี้ ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจที่ไทยเราจะต้องเผชิญนับแต่นาทีนี้ไปจะหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม

    เพราะเราเองไม่เพียงแต่จะเจอปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของโลกเท่านั้น...ยังมีปัจจัยซ้ำเติมอีกหลายอย่างประเดประดังเข้ามา

    รวมไปถึงภาวะฝนแล้งที่น่าจะมีผลกระทบต่อการปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารของเราไม่น้อย แม้ช่วงนี้จะเริ่มมีฝนตามฤดูกาล แต่ก็ไม่แน่ว่าจะชดเชยที่สูญเสียไปแล้วได้หรือไม่

    ขณะเดียวกันปัญหาความจำเป็นที่เราต้องหันไปใช้ระบอบการปกครองที่มิใช่ประชาธิปไตยในช่วงนี้ ก็มีส่วนที่ทำให้การค้าการขายกับประเทศประชาธิปไตยจ๋า ไม่คล่องตัว และเสียเปรียบจากการถูกกีดกันต่างๆ

    ดังนั้น ด้วยความหนักหน่วงของปัญหาที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้ผมจึงอยากให้ทุกๆฝ่ายใจเย็น ร่วมคิดร่วมมองปัญหาอย่างมีสติ

    เพราะถ้าภาคเอกชนหรือภาคประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบต่างๆจะเรียกร้องหรือกดดันให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างใจร้อนเกินไป อาจจะทำให้สถานการณ์หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น

    สถานการณ์เช่นนี้ถ้าเทียบกับการแข่งขันฟุตบอลก็อยู่ในสภาพที่ทีมประเทศไทยของเราถูกคู่ต่อสู้บุกกระหน่ำอย่างชนิดโงศีรษะไม่ขึ้น

    แผนการเล่นที่ดีที่สุดก็คือจะต้องใช้แผนตั้งรับที่เหนียวแน่นมั่นคงที่สุด อย่าเพิ่งไปบุกตอบโต้อย่างทันทีทันควัน

    ผมจึงอยากให้รัฐบาลใช้แผนรับมากกว่าแผนรุก โครงการอะไรที่ใหญ่เกินตัว ฝันเกินตัว ชะลอได้ก็ต้องชะลอ

    อย่าไปคิดแค่กระตุ้นเศรษฐกิจท่าเดียว เพราะกระตุ้นไปก็ฟื้นได้ไม่นาน ด้วยสถานการณ์แบบนี้เดี๋ยวก็ทรุดต่อ และเราก็จะหมดเม็ดเงินที่จะนำมาใช้กระตุ้นในไม่ช้า

    สำหรับการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีที่นายกฯท่านบอกว่าจะเปลี่ยนเมื่อครบปี ผมก็หวังว่าจะเป็นการเปลี่ยนในภาพรวมทั้งหมด อย่าไปมุ่งเปลี่ยนเฉพาะฝ่ายเศรษฐกิจอย่างเดียว

    หรือถ้าจะมีการเปลี่ยนทางเศรษฐกิจบ้างก็ควรจะเอานักเศรษฐศาสตร์ประเภททีมรับเป็นหลัก คือพวกประหยัด รัดเข็มขัด มีวินัยทางการเงิน การคลังอะไรทำนองนั้น อย่าไปเอาพวกทีมบุก โฉ่งฉ่างเข้ามาเป็นอันขาด

    ช่วงนี้ต้องตั้งรับให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ อย่าเพิ่งไปหวังทำประตูอะไรทั้งสิ้น เอาแค่อย่าให้เราเสียประตูหรือเพลี่ยงพล้ำจนแพ้ยับเยินและกู้สถานการณ์ไม่ขึ้นก็น่าจะพอใจแล้ว

    เปลี่ยนตัวพลาดอาจจะทำให้ประเทศไทยพ่ายแพ้ถึงขั้นประตูพรุนก็ได้นาครับ ท่านนายกฯครับ โปรดระวังไว้ด้วยก็แล้วกัน.

    ซูม

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    สงครามยูเครน ครบ 90 วัน รัสเซียแพ้ไม่ได้ โจมตีดอนบาสอย่างหนัก
    02:05

    สงครามยูเครน ครบ 90 วัน รัสเซียแพ้ไม่ได้ โจมตีดอนบาสอย่างหนัก

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565 เวลา 21:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์