สำรวจ 'คลื่นรบกวน' อำนาจพิเศษประเดิมปีใหม่ : การบ้านปีแพะ กระหน่ำเรือแป๊ะ

ข่าว

สำรวจ 'คลื่นรบกวน' อำนาจพิเศษประเดิมปีใหม่ : การบ้านปีแพะ กระหน่ำเรือแป๊ะ

ทีมการเมือง

    4 ม.ค. 2558 05:01 น.

    บันทึก

    ปิดท้ายเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่กันชุ่มฉ่ำหัวใจ

    ได้หยุดยาวชาร์จแบตเตอรี่เพื่อลุยสู้ชีวิตกันต่อในปี 2558

    เปิดศักราชเข้าสู่ปีแพะที่ดูเหมือนจะเหนื่อยกันหนัก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มีเค้ามาตั้งแต่ปีกลาย จากภาวะเศรษฐิจที่ซึมไปทั่วโลก จีน ญี่ปุ่น ยุโรป กระทบมาถึงประเทศไทย

    จากสถานการณ์ยางพาราที่ตกลงไปเหลือ “3 โล 100”

    กระตุกแกนนำม็อบสายปักษ์ใต้ประกาศดังๆ ไว้ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจะให้เวลารัฐบาลแก้ไขปัญหาแค่ 1-2 เดือน ถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้น จะระดมพลชุมนุมใหญ่โดยไม่สนไม่กลัวกฎอัยการศึก ขู่เลยว่า อะไรจะเกิดก็ไม่รับผิดชอบ

    ม็อบยางตั้งเค้า ในจังหวะพอดีกับที่พืชผลทางการเกษตรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ฯลฯ ก็ถึงฤดูเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาด

    ในห้วงที่วิกฤติราคาน้ำมันโลกตกต่ำกระทบภาคการส่งออกของไทย ตามรูปการณ์อย่างไรเสียก็หนีไม่พ้นปัญหาพืชผลเกษตรราคาตกต่ำ

    ขณะที่ผู้นำรัฐบาลอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ก็ออกตัวไปแล้วว่า รัฐบาลไม่มีงบประมาณไปแทรกแซงราคาพืชผลเกษตรเหมือนที่ผ่านมา

    ปัญหาวัวพันหลัก ออกซ้ายก็เจอหล่ม ไปขวาก็เจอทางตัน

    ยังไม่นับสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มส่งสัญญาณแล้วจากปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนตั้งแต่ต้นปี จากปกติจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม

    ประกอบกับข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือจากการรายงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำไหลเข้าน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา

    นั่นหมายถึงคนไทยต้องเตรียมตัวเจอกับปัญหาน้ำขาดแคลนทั้งอุปโภคบริโภค

    ซึ่งก็ไม่ต้องพูดถึงน้ำในภาคของการเกษตรที่ชาวไร่ ชาวนา ต้องเดือดร้อนหนักแน่

    และนั่นก็จะไปซ้ำเติมภาวะผลผลิตปีก่อนไม่ได้ราคา ในขณะที่ต้นทุนการผลิตปีนี้ยังส่อว่าจะต้องเพิ่มจากสถานการณ์ภัยแล้ง

    เกษตรกรชาวบ้านรากหญ้าสาหัสก็แล้วกัน

    และมันก็จะเป็นหัวเชื้อในการก่อชนวนมวลชน อารมณ์ผสมโรงความไม่พอใจรัฐบาล

    โดยรูปการณ์ที่ภาวะเศรษฐกิจส่ออาการหนักตามจังหวะต่อเนื่องก็จะพาลมาถึงการเมืองในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสารพัดเงื่อนไข

    จ่ออยู่ในขั้นหัวเลี้ยวหัวต่อ

    ที่แน่ๆ คลื่นใต้น้ำที่โดนกระแสคลื่นแห่งความสุขในช่วงปีใหม่กลบไปก็ถึงเวลากลับมากระเพื่อม

    หมดเวลาอั้น อั้นไม่อยู่

    ประเดิมด้วยคิวร้อนๆก่อนเลย กับรายการถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาจากกรณี การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญ

    ต่อเนื่องกับคิวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี กรณีถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ฐานปล่อยปละ ละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

    โดยที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)กำหนดวันแถลงเปิดสำนวนการถอดถอนนายสมศักดิ์

    และนายนิคมในวันที่ 8 มกราคม 2558 และวันแถลงเปิดสำนวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันที่ 9 มกราคม 2558

    รวบรัด 2 ช็อตติดกัน

    งานนี้น่าจะใช้เวลาไม่นานก็คงรู้ผลออกหัวออกก้อย

    แน่นอนไม่ว่าผลจะออกมุมไหนก็หนีไม่พ้นอาการยื้อยุดฉุดกระชากของฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเดิมพันเกมอำนาจระหว่างขั้วขัดแย้ง 2 ข้าง

    “ฝ่ายเสีย” ไม่มีทางยอมรับผลแต่โดยดีแน่

    และโดยเชื้อชนวนก็จะเป็นเงื่อนไขที่โยงไปถึง การเคลื่อนไหวของ บรรดาหัวขั้วอำนาจที่ซุ่มคุมเชิงวัดใจ รอประเมินกระบวนรุกของอีกฝ่าย จะเล่นกันถึงขั้นไหน

    “ซูเอี๋ย” แบบเจ๊ากันไป หรือลุยขุดรากถอนโคน

    แน่นอนว่า ถ้าออกแนวหลังก็คงอยู่เฉยไม่ได้ ตามอาการของฝ่ายโดนรุกไล่เข้ามุมอับ ทีมงานของคนแดนไกล ต้องขยับรับมือเกมล้างบาง

    “นายใหญ่” คงไม่อยู่นิ่งยอมรับชะตากรรม

    อย่างน้อยก็ต้องเริ่ม “ปล่อยของ” เดินเกมต่อรองกับฝ่ายถืออำนาจ

    และนั่นก็เป็นโอกาสที่พวกที่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ

    จะได้ขยับผสมโรง อย่างที่มีการนำร่องจัดตั้งองค์กรเสรีไทยฯขึ้นมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยกดดันรัฐบาลทหาร

    เดินแต้มยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย

    ยกระดับแรงเสียดทานจากภายนอก เพิ่มโจทย์ยากให้ทีมงานท็อปบูต

    ขณะที่แรงเสียดทานภายในก็เพิ่มขึ้นตามจังหวะความคืบหน้าของกระบวนการปฏิรูปการเมือง ในช่วงสำคัญตามโรดแม็ปขั้นสองของ คสช.

    การก่อกำเนิดร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็น

    หลังจากเปิดให้พ่อครัวแกงส้ม 265 คน แข่งกันเสนอสูตร แย่งกันชงสารพัดโมเดลจนฝุ่นฟุ้งกระจาย

    จนกลายเป็น “แกงโฮะ”

    อย่างไรก็ดี มันก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ยังต้องเขย่ากัน อีกหลายยก

    ตามโปรแกรมขั้นตอนต่อไปคณะอนุกรรมาธิการการรับความคิดเห็นและมีส่วนร่วมของประชาชน ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้จัดคิวลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนเป็นครั้งแรกที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันที่ 17-18 มกราคม 2558

    จากนั้นจะทยอยลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ตามลำดับ และเวทีสุดท้ายจะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร

    สรุปยอดรวม 770 เวทีทั่วประเทศ

    เรียกว่า ฟังกันจนหูหนวกหูตึงกันไปข้าง

    แน่นอนตามกระบวนการทางพิธีกรรมก็เพื่อให้เกิดความหลากหลาย ทำให้เกิดภาพของรัฐธรรมนูญใหม่ออกมาดูดี มีการเปิดรับฟังความเห็นจากทุกสาขาอาชีพ

    เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วประเทศ

    ไม่ใช่ “พิมพ์เขียว” หรือ “พิมพ์ชมพู” ที่ควักออกมาจากลิ้นชัก

    แต่ในมุมกลับกันก็ต้องยอมรับสภาพแห่งความเป็นจริง ยิ่งมากเวทีก็ยิ่งมากความเห็น

    มากประเด็นขัดแย้งขบเหลี่ยมกัน

    และก็อย่างที่เห็น ยังไม่ทันออกไประดมความเห็นจากประชาชน ก็มีการเหยียบตาปลากันเองในหมู่ทีมงานรังสรรค์รัฐธรรมนูญใหม่

    เชื้อชนวนจากโมเดลการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง

    ที่กระตุกแรงเสียดทานจากทุกทิศทุกทาง ยั่วอาการของพวกระแวงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

    และนั่นก็ทำให้ต้องรีบคัตเอาต์กันก่อนเลย

    เสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ลงมติคว่ำกระดาน ไม่เอาด้วยกับสูตรแหลมๆ เสียวๆ

    ไม่ขอเอี่ยวกับเผือกร้อน อันตราย

    โดนตัดทิ้งก่อน โมเดลเลือกตั้งนายกฯโดยตรงแท้งตั้งแต่ยังไม่ตั้งท้อง

    แต่มันก็ได้ก่ออาการทางใจระหว่าง นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง

    กับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน คณะกรรมาธิการยกร่างฯ

    ว่าด้วยปม “ซุปเปอร์ประธานาธิบดี”

    ซัดกันแรงแบบที่ตอบโต้ผ่านสื่อ เปิดหน้าบลัฟกันออกอากาศ

    ตามฉากหักเหลี่ยมเฉือนคม

    ความคิด โอกาสที่จะมีลูกติดพันในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญขั้นตอนต่อจากนี้ไปเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

    โดยเฉพาะจำพวก “หนุมานเหาะเกินกรุงลงกา”

    ขาเฮี้ยวที่ลงเรือแป๊ะ แต่จะไม่ตามใจแป๊ะ

    ประเมินสถานการณ์ในสภาปฏิรูปฯ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แนวโน้มแม่น้ำสายที่ 4 สายที่ 5 คุมให้ไหลตามเส้นทางไม่ง่าย

    ในส่วนของรัฐบาลที่ถือเป็นแม่น้ำสายที่ 3 ก็ยังไหลติดๆขัดๆ

    ตามสถานการณ์อึดอัด อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการแต่งตั้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ผู้มากบารมี

    เป็นคนคุมทีมไล่บี้ขันนอต เค้นผลงานรัฐมนตรี

    ผ่านมาหลายเดือนยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากไปกว่า ผลโพล ตัวเลขลอยๆ

    นั่นไม่เท่ากับว่า สัญญาการคืนความสุขให้ประชาชน คนไทย ก็ด้อยลงไปเมื่อถูกนำมาเทียบกับผลงานฟุตบอลไทยที่คืนความสุขให้ประชาชนคนไทยอย่างจับต้องได้เป็นรูปธรรม

    ที่แน่ๆ ตามกระแสวงในที่แพลมๆออกมา จะยกเครื่อง ครม.กันอีกรอบในเดือนเมษายน

    ไล่ตามโจทย์ ประเมิน “การบ้านปีแพะ” ของรัฐบาล คสช. มีแต่ของหนักและเหนื่อย

    จริงอยู่ที่ว่า โดยสัญญาณคลื่นรบกวนในห้วงสถานการณ์อำนาจพิเศษ แม้จะยังจุดไฟไม่ติด เพราะยังไม่มีเงื่อนไขเป็นชนวนเชื้อไฟมากพอ

    แต่มองด้วยสายตา ก็ส่อให้เห็นการตั้งเค้าอยู่ตรงหน้า

    พายุสารพัดลูกจ่อกระหน่ำเรือแป๊ะ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "สาวเมาแอ๋" ซิ่งกระบะประสานงาเก๋ง หมุนไปชน จยย.เจ็บเกลื่อน 10 ราย
    01:42

    "สาวเมาแอ๋" ซิ่งกระบะประสานงาเก๋ง หมุนไปชน จยย.เจ็บเกลื่อน 10 ราย

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันพฤหัสที่ 30 มิถุนายน 2565 เวลา 02:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์