ยุทธศาสตร์ต่างประเทศ

ข่าว

ยุทธศาสตร์ต่างประเทศ

หมัดเหล็ก

    8 พ.ย. 2557 05:00 น.

    บันทึก

    รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ระหว่างการเยือน ประเทศญี่ปุ่น พร้อมคณะ ใช้การทหารเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ให้กระชับขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน พล.อ.ประวิตร ก็เดินทางไปเยือนจีน พร้อม ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คุยเรื่องเศรษฐกิจความมั่นคงมาแล้ว

    และระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเดินทางไปร่วมประชุมเอเปกที่ ประเทศจีน ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปร่วมประชุม สุดยอดเอเชีย-ยุโรป ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สานต่อในระดับการเจรจา ทำความเข้าใจในทุกด้าน โดยเฉพาะการเมืองในประเทศไทย

    มีคำถามหลายคำถามตามมา อันดับแรก ทำไมต้องเป็น จีนกับญี่ปุ่น ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำว่า คู่แข่ง กับคู่ค้า รู้กันอยู่ว่า จีนและญี่ปุ่นมีการแข่งขันกันมาตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ ทั้งความมั่นคงและเศรษฐกิจ และปัจจุบัน ทั้งจีนและญี่ปุ่นก็ยังเป็นประเทศ คู่แข่ง ไม่ใช่คู่ค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและการลงทุน ที่จะต้องช่วงชิงความเป็นพันธมิตรเอาไว้

    แถมยังมีข้อพิพาทคาราคาซัง

    ดังนั้น ไทยจึงต้องคุยกับทั้งสองประเทศ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น จะสร้างรถไฟฟ้า จะลงทุนระบบน้ำ เมกะโปรเจกต์ต่างๆ ก็ต้องเฉลี่ยกันไป ในสภาวการณ์เช่นนี้ ในสภาวะที่ไทยถูกแอนตี้จากประเทศในยุโรปและอเมริกา จนกว่าจะมีประชาธิปไตยในประเทศไทย ถือว่ามีทางเลือกไม่มากนัก

    ครั้นจะกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน โดยไม่พึ่งเศรษฐกิจจากภายนอก ก็ทำไม่ได้ เพราะเราไม่ใช่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน อินเดีย หรือสหรัฐฯ ที่มีจำนวนประชากรมากพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเองได้ ต้องพึ่งพา การบริการ การส่งออก และเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเป็นหลัก

    การยึดอำนาจทำให้เม็ดเงินลงทุน สภาพคล่องทางการเงินการคลังและการช่วยเหลือ ลดลงไปพอสมควร ในขณะเดียวกัน เครดิตหรือความน่าเชื่อถือของประเทศ ที่จะจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนก็ลดลงเช่นกัน ประเทศที่เคยพัฒนาไปข้างหน้า จะให้ถอยหลังลงมาอยู่แบบพอเพียง พูดได้แต่ทำยาก

    และมีคำถามตามมาว่า ทำไมเป็น พล.อ.ประวิตร ทำไมเป็นสมคิด แน่นอนว่าทางด้านการทหาร พล.อ.ประวิตรคุยได้เต็มปากเต็มคำจากประสบการณ์ในกองทัพที่ผ่านมา แต่ถ้าจะเจาะจงไปที่เรื่องเศรษฐกิจ ก็ต้องอาศัยประสบการณ์สมคิด ติดที่ว่าสมคิดไม่ได้เป็น ครม.จะไปพูดคุยเจรจาในตำแหน่ง คสช.หรือก็ดูกระไรอยู่

    เพราะฉะนั้น ยุทธศาสตร์ทางด้านต่างประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องมีการวางทิศทางเอาไว้ให้ชัดเจน เน้นความมั่นคงและเศรษฐกิจ คู่กันไปจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตอนนั้นคงไปว่ากันได้ชัดเจนกว่านี้ และต้องอาศัยทำความเข้าใจกับประเทศในเอเชียด้วยกัน

    บุคลากรที่จะนำร่องและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จึงเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ต่างประเทศมากที่สุด ต้องใช้มืออาชีพ ไม่ใช่เลือกคนที่เก่งแต่ในบ้าน รู้งูๆปลาๆมาใช้งาน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    วินาที “ครูบาบุญชุ่ม” ล้มทั้งยืน ก่อนมีข่าวบินด่วนรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพฯ
    03:11

    วินาที “ครูบาบุญชุ่ม” ล้มทั้งยืน ก่อนมีข่าวบินด่วนรักษาอาการอาพาธที่กรุงเทพฯ

    ApplicationMy Thairath

    วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2565 เวลา 04:11 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์