กฎหมายหรือจิตสำนึก?

ข่าว

กฎหมายหรือจิตสำนึก?

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    4 พ.ย. 2557 05:00 น.

    บันทึก

    แนวความคิดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญใหม่ ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มาจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)มีทั้งให้ลดจำนวน ส.ส.เหลือแค่จังหวัดละ1คน รวมเป็น 77 คน ให้นายกรัฐมนตรีมาจากเลือกตั้งโดยตรง เลิกบังคับ ส.ส.สังกัดพรรค เลิกระบบ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เพื่อลดอำนาจพรรค

    ผู้เสนออ้างว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและการแบ่งเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียวอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผู้สมัครต้องอิงพรรคและ ส.ส.กลายเป็นผู้แทนของเสียงข้างน้อย จึงต้องใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ย้อนยุคกลับไปสู่ยุคกึ่งพุทธกาล2500 ซึ่งน่าจะขัดต่อหลัก “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” ซึ่งประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกยึดถือ

    วิธีนี้จะทำให้สิทธิของคนแต่ละจังหวัดไม่เท่าเทียมกัน คน กทม.หย่อนบัตรได้ ส.ส. 35 คน แต่คนในจังหวัดเล็กหย่อนบัตรได้ ส.ส. แค่ 1 คน และไม่ทราบว่าจะลดอำนาจ พรรคลงได้อย่างไร? เพราะยิ่งเขตเลือกตั้งใหญ่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ผู้สมัครก็ยิ่งต้องพึ่งพรรคมากขึ้น ทั้งด้านการเงิน ชื่อพรรคและ หัวคะแนน เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

    ข้อเสนอส่วนใหญ่ในระยะนี้ เป็นเรื่องโครงสร้างทางการเมืองดูเหมือนจะไม่มีข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปด้านจริยธรรม คุณธรรมและธรรมาภิบาล หรือจิตสำนึกนักการเมือง ตามเสียงเรียกร้องผ่านโพลเมื่อสองสามปีก่อน ที่คนส่วนใหญ่ขอให้แก้ไขนิสัยไม่ดีของนักการเมือง ก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นมีแต่ประธาน สปช. พูดอยู่คนเดียว

    จิตสำนึกนักการเมืองสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญอย่างไร? ชาวสวีเดนคนหนึ่งเขียน จม.ถึงหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น เล่าว่า รัฐมนตรียุติธรรมหญิงของสวีเดน ต้องลาออก และขายบ้านย้ายหนีไปอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เพราะถูกสภาถอดถอน แต่เพราะความละอายใจที่ถูกเปิดเผยว่า เธอไม่ได้ชำระค่าทะเบียนทีวี 15 ปี กฎหมายสวีเดนระบุว่า เจ้าของทีวีทุกคนต้องทำ

    ลาออกแล้วแต่เรื่องก็ยังไม่จบ อดีตรัฐมนตรีคนนี้จะต้องวางมือการเมืองตลอดไป ทั้งๆที่อาจไม่มีกฎหมายบังคับแต่ด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบ ส่วนประเทศไทย มีสัญญาณอันดีอย่างหนึ่งคือ รัฐธรรมนูญชั่วคราวบังคับไว้ว่า รัฐธรรมนูญใหม่จะต้องมีบทบัญญัติห้ามบุคคลไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต เช่น ผู้ต้องคำพิพากษาทุจริตโกงกิน และโกงการเลือกตั้ง

    ถ้าจะรอให้นักการเมืองไทยมีจิตสำนึกเอง เหมือนกับนักการเมืองสวีเดนในตัวอย่าง ไม่รู้ว่าชาติไหนจึงจะได้พบ จึงต้องใช้กฎหมายสูงสุดบังคับ แต่ก็อาจมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติไม่ยึดติดลัทธิ “เพื่อนพ้องน้องพี่” หรือไม่? นี่คือโจทย์ยากที่สุดที่ สปช.จะต้องหาคำตอบ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    เด็กนี่มันร้าย แกงให้ครูโมโห ก่อนสุดท้ายหอบเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดสุดน่ารัก
    03:28

    เด็กนี่มันร้าย แกงให้ครูโมโห ก่อนสุดท้ายหอบเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดสุดน่ารัก

    ApplicationMy Thairath

    วันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2565 เวลา 03:40 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์