คนเกษียณยุคนี้ไม่มีเหงา มีแต่ “คึก” จนต้องเตือน

ข่าว

คนเกษียณยุคนี้ไม่มีเหงา มีแต่ “คึก” จนต้องเตือน

ซูม

    1 ต.ค. 2557 05:01 น.

    บันทึก

    วันนี้ 1 ตุลาคม 2557 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งสำหรับระบบราชการไทย เพราะเป็นวันแรกของการขึ้นปีงบประมาณใหม่ 2558 เป็นวันแรกของการเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ทั้งที่ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และถูกแขวนอันเป็นเรื่องปกติของระบบราชการ

    ที่สำคัญอีกประการก็คือเป็นวันแรกของผู้เกษียณอายุราชการ อายุครบ 60 ปี ที่จะได้อยู่บ้านร้อยเปอร์เซ็นต์ในวันนี้

    ผมคงไม่ต้องแสดงความยินดีกับผู้โชคดีได้รับการอวยยศ อวยศักดิ์ เพราะคงจะมีผู้แสดงความยินดีเป็นจำนวนมากแล้ว

    ขณะเดียวกัน ก็คงจะไม่ต้องปลอบใจสำหรับผู้ถูกโยกย้ายไปในตำแหน่งหรือพื้นที่ที่ดูเหมือนด้อยกว่าเก่า หรือผิดหวังที่ไม่ได้รับ การอวยยศ อวยศักดิ์ ทั้งๆที่ก็มีความหวังและมีโอกาสลุ้นมาด้วยเช่นกัน

    เพราะตำแหน่งข้าราชการนั้น ก็เหมือนสมบัติผลัดกันชม ทีฮูทีอิตอย่าไปคิดอะไรมาก 

    ที่ผมตั้งใจจะเขียนถึงและเขียนอยู่เสมอในวันนี้ ก็เห็นจะเป็นกลุ่มข้าราชการเกษียณ ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะได้อยู่บ้าน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปดังได้เกริ่นไว้แล้ว

    ย้อนหลังไปสัก 10 ปี หรือก่อนหน้านั้น ข้อเขียนวันที่ 1 ตุลาคมของผม จะออกมาในทำนองปลอบใจ ให้กำลังใจและขอให้ทำใจ

    เพราะคนอายุ 60 ปีในสมัยโน้น ดูจะเป็นคนแก่หรือผู้สูงวัยไปแล้วโดยสิ้นเชิง...เกษียณแล้วก็นั่งรอเวลาที่จะเดินทางไปสู่ฉากสุดท้ายของชีวิต ซึ่งจะอยู่ไม่ไกลนัก

    แต่ช่วงหลังๆนี้ แทนที่จะเขียนปลอบประโลมใจ หรือให้กำลังใจ กลายเป็นว่าผมต้องมาเขียนเตือน เขียนติง หรือเขียนเป็นเชิงเหนี่ยวรั้งให้คนเกษียณระวังตัวเอาไว้บ้างซะมากกว่า

    เพราะคนอายุ 60 ปีปัจจุบันนี้ กลายเป็นคนแข็งแรง หนุ่มแน่น จัดอยู่ในกลุ่มอายุ “วัยกลางคน” ด้วยซ้ำ

    ตามคำจำกัดความสมัยใหม่ เขาจะจัดให้เป็นวัยกลางคนไปจนถึงอายุ 65 ปี แล้วค่อยเข้าสู่วัยอาวุโสขั้นต้นจาก 65 สู่ 75 ปี...ไปเริ่มอาวุโสโดยแท้จริงเมื่ออายุ 76 ปี โน่นแล้ว

    ด้วยเหตุฉะนี้คนอายุ 60 ปีใน พ.ศ.2557 จึงกระฉับกระเฉง ...มิได้หวาดหวั่นเลยที่ต้องออกจากระบบราชการไปกินบำนาญ ในทางตรงข้ามกลับคึกคักอยากจะทำโน่นนี่นั่นมากขึ้น

    จำได้ไหมครับที่ผมเคยนำมติของผู้เกษียณอายุมาแล้วหลายปีกลุ่มหนึ่ง และทดลองใช้ชีวิตเกษียณมาพักใหญ่ แล้วมาเขียนเป็นข้อบัญญัติว่า ผู้เกษียณอายุปัจจุบันไม่ควรปฏิบัติ ในข้อห้ามต่อไปนี้

    “อย่าลงทุนใหญ่...อย่าเข้าใกล้การพนัน...อย่ามีเพศสัมพันธ์ไม่เลือกหน้า...อย่าขันอาสาเลี้ยงหลาน...อย่ากินหวานเกินจำเป็น และอย่าเล่นการเมือง”

    ผมขออนุญาตนำมาลงย้ำอีกครั้ง ขอให้ผู้เกษียณอายุ หรืออายุ 60 ปีทั้งหลาย โปรดนำไปปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยเทอญ

    เพราะพรรคพวกผมเขาวิจัย เอ๊ยเอาประสบการณ์มานั่งวิเคราะห์ และสังเคราะห์จนตกผลึกพอสมควรทั้ง 6 ข้อ

    แม้แต่ข้อ “เลี้ยงหลาน” ก็เหอะ เป็นข้อที่ว่าต้องระวังสูงสุดข้อหนึ่งเลยทีเดียว ใครที่บอกว่าจะออกไปเลี้ยงหลาน ขอให้นึกถึงคำเตือนข้อนี้ให้มากๆ...เพราะมีผู้อาวุโสหลายคนที่กลายเป็นโรคหลงหลานและติดหลาน ไม่อยากออกไปพบเจอใครที่ไหน จนถูกเพื่อนฝูงตัดขาดในที่สุด

    ส่วนเรื่องการเมืองนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวังมากๆ แม้จะมีการ ปฏิรูปแล้วก็พิจารณาให้ดีๆก่อน อย่าเพิ่งผลีผลามเสียทีเดียว

    แต่สำหรับผู้เกษียณอายุจากกองทัพและตำรวจ “สามัคคี 4 เหล่า” งวดนี้มีผู้โชคดี (หรือโชคร้ายก็ไม่รู้) จะต้องไปรับใช้ชาติในตำแหน่ง ทางการเมือง ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตลอดจนสมาชิกสภาต่างๆ ทั้งที่ตั้งแล้วและที่กำลังจะตั้ง ถือเป็นข้อยกเว้นก็แล้วกัน

    เพราะเป็นการเข้าไปช่วยปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เข้ารูปเข้ารอยตาม ที่ตั้งความหวังกันไว้

    แต่ก็ขอฝากผู้เกษียณจาก 4 เหล่าทัพหรือข้าราชการอื่นๆที่จะได้ ทำงานเพื่อชาติงวดนี้ไว้ด้วย ควรจะทำอีกปี 1 ปี หรือปีเศษๆ ตามคำมั่นสัญญาก็พอนะครับ

    ผมละห่วงจริง กลัวจะติดใจในอำนาจวาสนาจนเผลอพลาดพลั้งไป แทนที่จะเกษียณอย่างสุขสบาย จะกลายเป็นทุกข์ระทมในบั้นปลายชีวิต

    ด้วยรักและห่วงใยร้อยเปอร์เซ็นต์ในฐานะข้าราชการเกษียณรุ่นพี่และ วปอ.คอนเน็กชั่นรุ่นพี่นะครับ ไม่มีเลศนัยใดๆทั้งสิ้น สำหรับข้อเขียนวันนี้.

    ซูม

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ไม่คาดฝัน จยย.แข่งแหกโค้งชนคนดูเด็ก 10 ขวบตาย บาดเจ็บ 7 ราย
    00:31

    ไม่คาดฝัน จยย.แข่งแหกโค้งชนคนดูเด็ก 10 ขวบตาย บาดเจ็บ 7 ราย

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2565 เวลา 09:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์