แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าสนามรบ

ข่าว

แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าสนามรบ

สายล่อฟ้า

    1 ส.ค. 2557 05:00 น.

    ความจริงแล้วในบริบทที่สถานการณ์ของประเทศอยู่ภายใต้การควบคุมอำนาจปกครองประเทศของ คสช.ที่ลดบทบาทนักการเมืองและพรรคการเมืองให้อยู่วงนอก เพราะถูกมองว่าเป็น “ตัวปัญหา” ที่ทำให้บ้านเมืองต้องตกที่นั่งยากลำบากมาจนถึงวันนี้

    แม้ว่า คสช.จะเปิดช่องให้ตัวแทนพรรคการเมืองสามารถเข้ามานั่งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อร่วมมือร่วมใจกันปฏิรูปประเทศที่ถือว่าเป็นประเด็นหลักเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ด้วยการจัดกระบวนทัพกันใหม่

    ขณะที่นักการเมืองบางพรรคบางพวกยังออกมาแสดงความคิดเห็นกันบ้างในแง่มุมหรือประเด็นบางประเด็นที่เขาไม่เห็นด้วย หรือต้องการสื่อความเห็นไปยัง คสช. หรือให้สังคมได้รับรู้ว่าควรไม่ควรอย่างไร

    แต่ว่ากันด้วยแล้วยังคงสงวนท่าทีและไม่แสดงความเห็นใดๆ

    เผอิญที่ว่านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแสดงความเห็นอยู่บ่อยๆ โดยล่าสุดบอกว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จเรียบร้อยตามโรดแม็ประยะที่ 3 เข้ารูปเข้ารอย

    “เลือกตั้งใหม่พรรคเพื่อไทยก็จะชนะการเลือกตั้ง เขาก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน”

    ตามข้อสรุปของเขาก็หมายความประชาธิปัตย์ไม่มีทางชนะการเลือกตั้ง ทั้งๆที่สภาพความเป็นจริงทางการเมือง ยิ่งในส่วนของเพื่อไทยที่กำลังเกิดปัญหาจากความล้มเหลวในการเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ

    มีการทุจริตโดยเฉพาะเรื่องการรับจำนำข้าว ที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งระบบ เกิดการสูญเสียในวงเงิน 5 แสนล้านบาท การใช้อำนาจครอบงำระบบการเมืองทั้งระบบ ข้าราชการกลายเป็นเครือข่ายของพรรคการเมือง

    และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระดับผู้นำของพรรคเพื่อไทยจะตกอยู่สภาพอย่างไร

    ใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำพาพรรคต่อไป

    ยิ่งไปกว่านั้น การปฏิรูปประเทศซึ่งมีเป้าหมายมุ่งไปที่การเข้ามาสู่การเมืองของนักการเมืองนั้น จะมีกฎกติกาอย่างไร มีการกำหนดข้อห้ามในเรื่องนโยบายประชานิยม ซึ่งเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายจนทำให้เพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมาตลอด

    พูดง่ายๆยังมิทันเห็นโลงศพก็หลั่งน้ำตาเสียแล้ว

    ว่าที่จริงแล้วการปฏิรูปที่จะกำลังก่อรูปก่อร่างขึ้นมานั้น แม้จะมีเค้าโครงที่มีการศึกษากันมาหลายตลบและยังมีไอเดียใหม่ๆเพิ่มเติมเข้ามา ก็ยังไม่รู้ว่าจะออกในลักษณะใดๆ แต่ก็เชื่อว่าน่าจะออกมาดีและน่าจะทำให้นักการเมืองที่คิดแบบเก่าๆ กระทำการแบบเก่าๆ ก็ต้องคิดว่าควรจะเล่นต่อหรือเข้ามาเล่นอีกหรือไม่

    ที่คิดว่าจะใช้เงินซื้อเสียง ใช้อำนาจอิทธิพล ใช้ประชานิยม แล้วคิดมาหากำไรภายหลังคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างนั้นแล้ว

    ถึงที่สุดก็คือยังไม่มีอะไรแน่นอน

    แต่การที่นายนิพิฏฐ์ออกมาแสดงความเห็นอย่างไรจึงเป็นเรื่องแปลกสิ้นดี คือยังไม่รู้ว่ากฎกติกาข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ยกธงขาวเสียแล้ว

    นี่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาธิปัตย์จะต้องกลับไปคิดกันให้ดีและเป็นคำตอบได้เลยว่าหากไม่มีการขยับตัวปฏิรูปพรรคเสียใหม่แล้วขืนปล่อยให้ลอยๆไปอย่างนี้ คิดแต่เพียงว่าเป็นพรรคเก่าแก่ยังไงก็คงอยู่ในระบบการเมืองไทยได้

    แต่ไม่มีทางชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล

    หรือคิดว่าอาศัยความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเอื้อประโยชน์ให้ประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลอย่างที่ผ่านมา เชื่อได้เลยว่าไม่มีทางอีกแล้ว

    หากไม่ช่วยตัวเอง ไม่สามารถเอาชนะใจประชาชนได้ ก็เลิกคิดหวังได้เลย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "ชัชชาติ" วิ่งสวนลุมฯ ตอนตี 5 เผยเป็นจุดเริ่มต้นความคิดอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.
    08:21

    "ชัชชาติ" วิ่งสวนลุมฯ ตอนตี 5 เผยเป็นจุดเริ่มต้นความคิดอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2565 เวลา 09:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์