ใช้โอกาสรีเซ็ตประเทศไทย

ข่าว

ใช้โอกาสรีเซ็ตประเทศไทย

ไทยรัฐออนไลน์

    2 มิ.ย. 2557 05:01 น.

    ชงปฏิรูป“ถอดชนวนขัดแย้งการเมือง”ทั้งระบบ

    “พยายามไม่ทำให้รู้สึกว่ามีผู้แพ้–ผู้ชนะ”

    คำกล่าวของ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป หรือ Reform Now Network ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

    โดยสะท้อนมุมมองหลังเกิดการรัฐประหาร เพื่อให้เห็นบทบาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่พยายามเป็นกลาง เข้าใจวิกฤติความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

    เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากทำ คงไม่มีใครอยากให้เกิดรัฐประหาร โดยเฉพาะตามแนวทางของเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป พยายามเสนอทางออกตามวิถีประชาธิปไตย

    แต่ในที่สุดเมื่อคู่ขัดแย้งหรือกลุ่มการเมืองไม่ยอมถอย และอยู่ในจังหวะการเผชิญหน้า ถ้าไม่หยุดสิ่งเหล่านี้ จะเกิดผลกระทบมหาศาลตามมา

    ฉะนั้นในมุมหนึ่งถ้าต้องการตัดสินใจให้ประเทศก้าวเดินต่อไป เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ต้องหยุดการปะทะกันของประชาชน เมื่อเกิดการยึดอำนาจ จะต้องมีกระบวนการปฏิรูปให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย

    ขณะนี้เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการ ขอประเมินท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์และ คสช.ถึงแนวทางปฏิรูปให้ชัดเจนก่อน เราถึงจะมานั่งหารือกัน

    ในความเห็นส่วนตัวมองว่า เบื้องต้นที่ คสช.เชิญหลายฝ่ายเข้ามาทำความเข้าใจ รวมถึงคนในรัฐบาลที่เป็นกลุ่มมีอำนาจ เพื่อสลายขั้วอำนาจ รักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง กระบวนการตรงนี้หวังว่าจะทำโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพและใช้ ระยะเวลาไม่ยาวนานเกินไป

    การปฏิรูปประเทศไทย ประเด็นแรก เป็นเรื่องใหญ่ที่ท้าทายสูงสุดและสำคัญมาก ขอให้เดินหน้ากระบวนการปฏิรูปนำไปสู่การปรองดองท่ามกลางความขัดแย้ง หากทำดีๆจะสำเร็จได้ แต่ถ้าไม่เข้าใจกระบวนการนี้จะไม่สำเร็จทั้งการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง

    การออกแบบกรอบความคิดนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายมีความสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ความหวังและการมีประเด็นร่วมกัน เพื่อทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่าไม่ได้เป็นผู้พ่ายแพ้

    และหากดูรายงานของคณะกรรมการอิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) จะพบถึงรากเหง้าของปัญหา เช่น ฝ่ายเสื้อแดงต้องการประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่มีอำนาจพิเศษเข้ามาแทรกแซง ทางกลุ่มมวลมหาประชาชนต้องการรัฐบาลที่ไม่ถูกกำกับเหมือนบริษัท กดปุ่มสั่งการจากต่างประเทศได้ พูดคนละเรื่อง แต่ต้องการระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

    ในฐานะคนทำการปฏิรูปเห็นว่า จะทำอย่างไรให้ทุกฝ่ายยอมรับระบบกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม องค์กรชี้ขาดต้องเป็นกลางแท้จริง ไม่ใช่เฉพาะศาล แต่รวมถึงองค์กรอิสระ ที่บอกแบบนี้ไม่ใช่หมายความว่า ขณะนี้กระบวนการยุติธรรมไม่ดี แต่ต้องทำให้ดียิ่งขึ้นในเชิงเป็นที่ยอมรับ

    ประเด็นที่สอง ขอให้นำองค์ความรู้จากเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์การปฏิรูปของประเทศไทยมาให้ครบถ้วน ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ให้มากที่สุด เพื่อตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศโดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์

    ประเด็นที่สาม ขอให้ออกแบบกลไกสภาปฏิรูป เพื่อให้สมาชิกสภาปฏิรูปกระจายมาจากหลากหลายทุกกลุ่มสี ไม่ใช่ไปตั้งผู้รู้กลุ่มหนึ่งแล้วไปคิดของท่านเองว่าประเทศไทยควรเดินไปทิศทางไหนดีที่สุด ซึ่งนักปฏิรูปเรียกคนกลุ่มนี้ว่าผู้รับเหมาปฏิรูป

    และกลไกดังกล่าวจะต้องทำงานร่วมกับเครือข่ายกลุ่มปฏิรูป ทำงานร่วมกับประชาชน กระบวนการนี้จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนสังคม ประชาชนจะได้เรียนรู้ให้มีความคาดหวังร่วมกัน

    ประเด็นที่สี่ ขอให้จัดลำดับความสำคัญการปฏิรูปว่าเรื่องอะไรเร่งด่วน เรื่องอะไรที่ทำได้โดยไม่จำเป็นเริ่มต้นที่สภาปฏิรูป เช่น การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ทุกฝ่ายเห็นสอดคล้องกันหมด มีร่างกฎหมาย มีแนวทางมาตรการพร้อม สามารถนำเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติออกเป็นกฎหมายได้

    ฉะนั้นขอให้สภาปฏิรูปมีกระบวนการสื่อสารทำความเข้าใจว่า เรื่องที่ทำเร่งด่วนมีอะไรบ้าง เพื่อ ส่งให้รัฐบาลส่งต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

    ประเด็นที่ห้า การปฏิรูปต้อง กำหนดวิสัยทัศน์ร่วม มีจินตนาการร่วมหรือมองภาพรวมกัน ของสังคมไทยในอนาคตที่จะอยากเห็น แม้มีผลการวิจัย กลุ่มต่างๆ ทั้งภาคเศรษฐกิจที่ต้องการแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพ ภาคสังคม ต้องการลด ความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงทรัพยากร

    ตรงนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะแต่ละกลุ่มยังเรียกร้องเฉพาะสิ่งที่

    ตัวเองอยากได้ ในความเป็นจริงทุกประเด็นเชื่อมโยงถึงกันหมด ดังนั้นอยากให้มองเป้าหมายร่วมกันว่า 20 ปีข้างหน้าอยากเห็นประเทศมีหน้าตาเป็นอย่างไร

    ตอนนี้สิ่งที่ประชาชนอยากให้ทำมากที่สุดเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว ไม่ใช่แค่ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง แต่จะต้องปฏิรูปโครงสร้างพรรคการเมือง

    เพราะประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนประชาธิปไตย แต่ไม่สนับสนุนประชาธิปไตยที่ถูกครอบงำโดยกลุ่มทุน ที่ครอบงำประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบโดยอ้างคำว่าเลือกตั้ง

    รวมถึงปฏิรูปการใช้อำนาจเพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ปรับปรุงองค์กรอิสระ การกระจายอำนาจ เพื่อทำให้รัฐบาลส่วนกลางเล็กลง ท้องถิ่นพัฒนาขึ้น การแข่งขันทางเศรษฐกิจ

    สุดท้ายการปฏิรูปสำเร็จได้ จะต้องปฏิรูปจิตสำนึกของคนให้มีเป้าหมายเดินหน้าร่วมกัน ให้มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองมากขึ้น มีสำนึกถึงความเป็นคนไทย ถึงเวลาเลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เอาประเทศเป็นที่ตั้ง ถ้าไม่ทำจุดนี้ จะเขียนกติกาออกมาอย่างไรการปฏิรูปก็ไม่ประสบผลสำเร็จได้

    ในส่วนเครือข่ายปฏิรูปคงจะหารือว่า ควรมีรูปแบบติดตาม

    การทำงานของสภาปฏิรูปแบบคู่ขนาน เพราะการปฏิรูปจะใช้ระยะเวลาสั้นหรือยาวไม่แน่นอน บางเรื่องทำได้เร็ว บางเรื่องคุยกัน 2 ปี ยังไม่จบ แม้ปฏิรูปโดยออกกฎหมายรองรับไปแล้ว เครือข่ายปฏิรูป

    จะต้องติดตามว่าการปฏิรูปสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่

    “ทีมข่าวการเมือง” ถามว่า การปฏิรูปประเทศภายใต้ คสช.มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร นายกิตติพงษ์ บอก ว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตอบ เมื่อมาถึงจุดนี้ต้องให้เวลา หวังว่า คสช.จะนำไปสู่ความสงบและสลายขั้วโดยเร็วที่สุด

    เมื่อผ่านช่วงเวลาที่เหมาะสมขอให้มีรัฐบาลพลเรือนที่ชัดเจน มีโรดแม็ปนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เป็นสิ่งที่ประชาคมโลกและทุกคนอยากเห็น

    ขอย้ำว่าจุดเริ่มต้นการปฏิรูปที่ดีอย่าทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่าเป็นผู้แพ้ ที่สำคัญความปรองดองไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยมีการข่มขู่ การยอมจำนน จะต้องทำ ให้เกิดความยินยอมพร้อมใจเข้ามารับฟังปัญหา ทำให้เกิดความเข้าใจอย่างจริง นำไปสู่การให้อภัยและก้าวเดินต่อไปให้ได้

    รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่ขอพูดถึงในรายละเอียด เนื้อหาคงไม่เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เพราะเรามีองค์ความรู้เรื่องนี้เยอะมาก

    แต่สิ่งที่ขาดหายไปจะต้องสร้างจิตวิญญาณของการยอมรับ

    และการมีส่วนร่วม เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ทำสำเร็จในด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน

    ฉะนั้นโจทย์สำคัญขอให้มีกระบวนการเปิดกว้าง ทำให้เป็นรัฐธรรมนูญมีจิตวิญญาณการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญถือเป็นกฎหมายสูงสุด จะต้องเป็นกฎหมายที่ประชาชนให้การยอมรับ

    หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เริ่มต้นโดยที่ประชาชนส่วนใหญ่

    ไม่เห็นด้วย จะนำไปสู่การไม่ยอมรับ แม้ทำให้สิ่งที่ดีๆ ก็จะถูกมองไม่ดี กลายเป็นปัญหาได้ ดังนั้นวันนี้จะเป็นโอกาสเริ่มต้นการทำงานสำคัญ

    ขอเน้นย้ำเรื่องเป้าหมายการปฏิรูปให้ประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่แค่ปฏิรูปเรื่องอะไรบ้าง มีกฎหมายรองรับเกิดขึ้นกี่ฉบับ แต่กระบวนการนำไปสู่เป้าหมายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

    ผู้ที่เกี่ยวข้องควรสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้การปฏิรูปสำเร็จอย่างยั่งยืน

    และป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต.

    ทีมข่าวการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    “ชัชชาติ” สำรวจชุมชนแออัดย่านทองหล่อ เล็งปรับให้อยู่ในที่ถูกกฎหมาย
    07:56

    “ชัชชาติ” สำรวจชุมชนแออัดย่านทองหล่อ เล็งปรับให้อยู่ในที่ถูกกฎหมาย

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 เวลา 09:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์