ถึงเวลาลงประชามติ?

ข่าว

ถึงเวลาลงประชามติ?

    8 พ.ค. 2557 05:01 น.

    รัฐบาลจะยอมรับแผนเดินหน้าประเทศไทย ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือไม่ก็ตาม แต่น่าสังเกตว่าแผนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากจะตรงกับข้อเสนอของนายนพดล ปัทมะ ในเรื่องรัฐบาลเฉพาะกาลแล้ว ยังตรงกันในเรื่องการออกเสียงประชามติ ต่างกันแต่เพียงว่า ฝ่ายหนึ่งให้ลงประชามติเรื่องแผนปฏิรูปประเทศ อีกฝ่ายให้ทำเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

    การออกเสียงประชามติ เป็นวิธีการที่สำคัญอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย เป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง เพื่อตัดสินปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น อนุมัติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ประชาชนมีส่วนร่วมปกครองโดยตรง เช่นเดียวกับประชาธิปไตยโดยตรงของชาวกรีก ที่เคยรุ่งเรืองในเวลาใกล้เคียงกับสมัยพุทธกาล เมื่อกว่า 2,500 ปีก่อน

    แต่ประเทศไทยเพิ่งจะมีบัญญัติเรื่องประชามติครั้งแรก ในรัฐธรรมนูญ 2540 เปิดทางให้รัฐบาลจัดออกเสียงประชามติ “เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ” ในกิจการที่สำคัญๆ แต่มีผลแค่ “ขอปรึกษา” ประชาชน แต่รัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับปัจจุบัน ให้ออกเสียงประชามติ “เพื่อให้มีข้อยุติ” ในปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยให้เสียงข้างมากตัดสินจะเอาอย่างไร?

    ประเทศไทยเคยมีการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ให้ประชาชนตัดสินว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ผลปรากฏว่าเห็นชอบ 14.7 ล้านคน หรือ 56.69% ส่วนที่ไม่เห็นชอบ 10.7 ล้านคน หรือ 41.57% คะแนนเห็นชอบเกือบจะเท่ากับ 15.7 ล้านเสียง ที่พรรคเพื่อไทยได้รับในการเลือกตั้ง 2554

    แต่พรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ 2550 อ้างว่าเป็นเผด็จการและมาจากคณะรัฐประหาร จึงพยายามยกเลิกและยกร่างขึ้นใหม่ รวมทั้งแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ แต่ไม่สำเร็จ ลามไปถึงไม่ยอมรับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.กลายเป็นมูลเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง ของความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยืดเยื้อเรื้อรังจนถึงขณะนี้

    คู่ขัดแย้งต่างอ้างว่าฝ่ายตนมีมวลชนสนับสนุนมากกว่า ประเด็นการขัดแย้งที่สำคัญคือ จะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง? หรือเลือกตั้งก่อนปฏิรูป? ยังหาแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับไม่ได้ การออกเสียงประชามติจึงน่าจะเป็นวิธีการผ่าทางตันที่ดีอย่างหนึ่งโดยให้ กกต.เป็นผู้จัดการถามประชาชนตรงๆว่าเห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยกับฝ่ายใด?

    การออกเสียงประชามติอาจจะเป็นบททดสอบว่าจะมีฝ่ายใดขัดขวางหรือต่อต้านหรือไม่? ฝ่ายที่มีความเห็นต่างกันจะสามารถรณรงค์หาเสียง เพื่อชักชวนประชาชนให้เห็นด้วยกับฝ่ายตนได้โดยเสรีหรือไม่? ทดสอบด้วยว่าจะมีใครทุ่มเงินซื้อเสียงหรือไม่? ใครขัดขวางต้องถูกยุบพรรคกรรมการพรรคต้องห้ามการเมือง 10 ปี และถูกโดดเดี่ยว.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    เฟซบุ๊ก แตงโม ปล่อยคลิป กระติก ยาว 18 วินาที
    00:18

    เฟซบุ๊ก แตงโม ปล่อยคลิป กระติก ยาว 18 วินาที

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 07:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์