รัฐบาล เดินหน้า “3 ขอ” ปลดล็อกเงินชราภาพประกันสังคม เปิดทางผู้ประกันตน “เลือกเงินก้อน–ถอนใช้ยามวิกฤต–ใช้ค้ำเงินกู้” เพิ่มทางเลือกทางการเงินให้คนทำงาน เผยกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของสภา


วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันมาตรการ “3 ขอ” ได้แก่ “ขอเลือก ขอคืน ขอกู้” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตน ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยมุ่งตอบสนองเสียงเรียกร้องของผู้ประกันตนที่ต้องการมีทางเลือกในการบริหารเงินออมเพื่อวัยเกษียณ และสามารถเข้าถึงเงินบางส่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์จำเป็น


รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า หัวใจสำคัญของมาตรการนี้ คือ “เงินออมเพื่อวัยเกษียณ ไม่ควรเป็นเพียงหลักประกันในวันข้างหน้า แต่ควรมีความยืดหยุ่นเพื่อช่วยประคองชีวิตในวันที่ประชาชนเผชิญวิกฤตด้วย” โดยร่างกฎหมายกำหนดแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่


1. “ขอเลือก” เลือกอนาคตการเงินได้ด้วยตัวเอง เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน และเข้าเงื่อนไขอายุหรือการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมาย สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินชราภาพเป็น “บำนาญรายเดือน” หรือ “บำเหน็จเงินก้อน” เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นและแผนชีวิตของแต่ละคน


2. “ขอคืน” ยามเกิดภัยพิบัติ ไม่ต้องรอถึงวัยเกษียณ กรณีเกิดวิกฤตหรือภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่อย่างร้ายแรง ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนถึงเกณฑ์ปกติได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและประคับประคองชีวิตในช่วงเวลายากลำบาก


3. “ขอกู้” เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน โดยใช้สิทธิเงินชราภาพเป็นหลักประกัน ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถนำเงินสมทบกรณีชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย


ทั้งนี้ การใช้สิทธิ “ขอคืน” และ “ขอกู้” รวมกัน ต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินสมทบกรณีชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานคำนวณค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือในปัจจุบันกับความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ


รองโฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จึงขอย้ำว่า มาตรการ “3 ขอ” ยังอยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎหมาย ผู้ประกันตนจึงยังไม่สามารถใช้สิทธิใหม่ได้ในขณะนี้ โดยจะต้องรอให้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องมีผลใช้บังคับก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันระบบประกันสังคมให้มีความยืดหยุ่น เป็นธรรม และตอบสนองต่อความจำเป็นของคนทำงานทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง