“นฤมาศ” สส.ชลบุรี พรรคประชาชน จี้ นายกฯ อนุทิน แจงปมขยาย EEC ไปปราจีนบุรี หลังเลขาฯ EEC ยังเดินหน้าผลักดันสวนทางคำยืนยันรัฐบาล เรียกร้องลงนามยุติอย่างเป็นทางการ


วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงความชัดเจนของรัฐบาลกรณีการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี หลังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเคยยืนยันว่าจะยุติการพิจารณา แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EEC กลับให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินหน้าผลักดันให้ปราจีนบุรีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC พร้อมตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้กำหนดนโยบายและพูดแทนรัฐบาลกันแน่


น.ส.นฤมาศระบุว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีมติเห็นชอบในหลักการเตรียมผนวกจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ 4 ของ EEC ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะที่วันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กลับมากำกับดูแล EEC และเป็นประธาน กพอ. ด้วยตนเอง ทำให้การตัดสินใจเกี่ยวกับการขยายพื้นที่ EEC อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีโดยตรง


ต่อมาเดือนสิงหาคม เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งได้ยื่นรายชื่อประชาชน 11,207 รายชื่อที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมชุมนุมคัดค้านตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม โดยในวันแรกของการชุมนุม สส.ปราจีนบุรี เขต 1 และรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้แจ้งต่อผู้ชุมนุมว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ยุติการพิจารณาเรื่อง EEC แล้ว


นอกจากนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งลงพื้นที่ในฐานะผู้แทนรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ยังประกาศต่อหน้าประชาชนว่า “ปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC” พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะพิจารณาการพัฒนาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อมูลทางวิชาการ และการมีส่วนร่วมของประชาชน


อย่างไรก็ตาม น.ส.นฤมาศตั้งข้อสังเกตว่า หากนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งยุติการพิจารณาจริง สำนักงาน EEC ย่อมไม่ควรเดินหน้าผลักดันเรื่องดังกล่าวต่อ แต่หากเลขาธิการ EEC ยังสามารถเดินหน้าได้ ก็อาจหมายความว่ายังไม่มีคำสั่งยุติอย่างเป็นทางการ และคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชนอาจเป็นเพียงคำพูดเพื่อคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมเท่านั้น


น.ส.นฤมาศกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ประชาชนชาวปราจีนบุรีเรียกร้องมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่เพียงคำยืนยันด้วยวาจา แต่ต้องการเอกสารอย่างเป็นทางการที่แสดงถึงการยุติการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว


น.ส.นฤมาศจึงเรียกร้องให้นายอนุทินในฐานะประธาน กพอ. ชี้แจงต่อสาธารณะ 3 ประเด็น ได้แก่ 1. มติ กพอ. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่เห็นชอบในหลักการผนวกปราจีนบุรีเข้า EEC ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ 2. การให้สัมภาษณ์ของเลขาธิการ EEC เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นการดำเนินการภายใต้นโยบายของใคร และ 3. นายกรัฐมนตรีจะลงนามในเอกสารยุติการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรีตามข้อเรียกร้องของประชาชนเมื่อใด


“ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไม่ได้วัดจากคำพูดที่ให้ไว้ในวันที่ประชาชนรวมตัวกันหน้าศาลากลาง แต่วัดจากการรักษาคำพูดนั้นในวันที่ประชาชนกลับบ้านไปแล้ว ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC ก็ขอให้ยืนยันด้วยลายเซ็น ไม่ใช่ด้วยการปล่อยให้หน่วยงานใต้การกำกับของตัวเองพูดสวนทาง” น.ส.นฤมาศกล่าว