กทม. ลุยตรวจหาบเร่แผงลอยพญาไท-บางซื่อ ย้ำเคร่งสุขอนามัย ดักไขมัน แยกขยะ ห้ามเทน้ำมัน-คราบไขมันลงท่อระบายน้ำและโคนต้นไม้โดยเด็ดขาด เล็งผลักดัน “จุดไมโคร” จัดระเบียบนอกจุดผ่อนผันช่วยผู้ค้า
วันที่ 6 พ.ย.2569 นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจติดตามความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าในพื้นที่เขตพญาไทและเขตบางซื่อ โดยระบุว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้าจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้า ปี 2567 ซึ่งยกระดับมาตรฐานทั้งด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย สุขอนามัย และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้ผู้ค้าต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด ยื่นภาษีถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามข้อกำหนดสุขาภิบาล เช่น การติดตั้งบ่อดักไขมัน สำหรับร้านค้าที่มีการปรุงอาหาร นอกจากนี้ กทม. มีแนวคิดจัดรูปแบบแผงค้า ร่ม โต๊ะ และอุปกรณ์ค้าขายให้มีมาตรฐานเดียวกัน เป็นระเบียบสวยงาม
สำหรับกระบวนการพิจารณาจุดผ่อนผัน จะเริ่มจากสำนักงานเขตเสนอพื้นที่ต่อคณะกรรมการของกรุงเทพมหานคร ก่อนส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันมีจุดทำการค้าที่ผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์ กทม. แล้ว 19 จุดทั่วกรุง ซึ่ง กทม. อยู่ระหว่างทยอยลงตรวจติดตามความเรียบร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้าในพื้นที่ที่ผ่านเกณฑ์สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีจุดที่ผ่านการพิจารณาจาก กทม. แล้ว แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก บช.น. นั้น มีประเด็นสำคัญที่ตำรวจพิจารณาคือผลกระทบด้านการจราจร ขณะที่กรุงเทพมหานครจะพิจารณาเรื่องการใช้พื้นที่ทางเท้าและความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นหลัก ดังนั้น จุดที่ผ่านการพิจารณาจากกรุงเทพมหานครแล้วจึงอาจยังต้องปรับแก้ในประเด็นด้านการจราจรเพิ่มเติม โดยได้มอบหมายให้สำนักงานเขตประสานกับสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเป็นรายจุด ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาและดำเนินการในแต่ละพื้นที่มีความชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น
ย้ำไม่เหมาอนุมัติ-ปฏิเสธ
ด้านการพิจารณาเพิ่มหรือปรับลดพื้นที่ค้าขาย เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการจัดระเบียบพื้นที่กับการดูแลเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชน นายพรพรหม กล่าวว่า จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี โดยใช้ฐานข้อมูลผู้ค้าและความต้องการของคนในพื้นที่มาวิเคราะห์ เช่น หากพื้นที่รองรับได้ 50 ราย แต่มีผู้ค้าต้องการขาย 70 ราย อาจพิจารณาว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดหาพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียง ไม่ใช่การอนุมัติหรือปฏิเสธทันทีโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
ในส่วนของพื้นที่นอกจุดผ่อนผัน จะเร่งตรวจสอบเพื่อดึงเข้าสู่ระบบ หากจุดใดเสนอมาแล้วไม่ผ่านเกณฑ์และไม่สามารถปรับปรุงได้ในเวลาที่กำหนด ก็จำเป็นต้องยกเลิกจุดนั้น ขณะเดียวกัน กทม. กำลังสำรวจ “จุดไมโคร” ซึ่งเป็นจุดค้าขายขนาดเล็ก ที่อาจมีผู้ค้าเพียง 3 - 4 ราย แต่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน เพื่อพิจารณาจัดเป็นจุดผ่อนผันให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในเรื่องของการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน จะมีการติดป้ายแสดงจุดผ่อนผันให้ชัดเจน และอนาคตอาจจัดทำแผนที่แสดงตำแหน่งจุดผ่อนผัน
เปิดข้อมูลเขตพญาไท-บางซื่อ
สำหรับข้อมูลพื้นที่ทำการค้าในปัจจุบัน เขตพญาไทมีพื้นที่ทำการค้าในจุดผ่อนผัน จำนวน 3 จุด รวมผู้ค้า 165 ราย ได้แก่ 1. ซอยพหลโยธิน 7 (ผู้ค้ากลางวัน 65 ราย กลางคืน 12 ราย) 2. ถนนประดิพัทธ์ ฝั่งขาออก (ผู้ค้ากลางวัน 55 ราย กลางคืน 12 ราย) และ 3. ถนนประดิพัทธ์ ฝั่งขาเข้า (ผู้ค้ากลางคืน 21 ราย) ส่วนพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน มีจำนวน 4 จุด รวมผู้ค้า 108 ราย ได้แก่ 1. หน้าโรงแรม Grand Tower Inn (ผู้ค้ากลางวัน 6 ราย) 2. ซอยพหลโยธิน 9 (ผู้ค้ากลางวัน 19 ราย) 3. ถนนสาลีรัฐวิภาค (ผู้ค้ากลางวัน 46 ราย กลางคืน 4 ราย) และ 4. หน้าสำนักงาน ป.ป.ส. ถนนดินแดง (ผู้ค้ากลางวัน 23 ราย กลางคืน 10 ราย) โดยที่ผ่านมาเขตฯ ได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสินในการปรับปรุงแผงค้าและร่มเป็นสีชมพูตลอดแนว
ด้านเขตบางซื่อ มีพื้นที่ทำการค้าทั้งหมด 8 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 205 ราย (เป็นจุดผ่อนผัน 7 แห่ง ผู้ค้า 150 ราย และศูนย์อิ่มท้อง 1 แห่ง ผู้ค้า 55 ราย) ได้แก่ 1. จุดผ่อนผันตลาดประจวบ ถนนเตชะวณิช (ผู้ค้า 37 ราย) 2. จุดผ่อนผันมณีพิมาน ฝั่งถนนประชาชื่น (ผู้ค้า 7 ราย) 3. จุดผ่อนผันซอยบุญเหลือ (ผู้ค้า 15 ราย) 4. จุดผ่อนผันเตาปูน (ผู้ค้า 24 ราย) 5. จุดผ่อนผันตลาดบางซ่อน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี (ผู้ค้า 27 ราย) 6. จุดผ่อนผันหน้าคอนโดรีเจ้นท์โฮม บางซ่อน (ผู้ค้า 23 ราย) 7. จุดผ่อนผันข้างโลตัส ประชาชื่น (ผู้ค้า 17 ราย) และ 8. ศูนย์อิ่มท้องใต้สะพานสูง ถนนเตชะวณิช (ผู้ค้า 55 ราย)
นายพรพรหม ระบุว่าจากการตรวจติดตามในภาพรวม พบว่าผู้ค้าส่วนใหญ่ในพื้นที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรการด้านสุขอนามัย มีการคัดแยกขยะ การติดตั้งถังดักไขมัน การติดตั้งปล่องควันลงถังน้ำเพื่อลดมลพิษ โดยผู้ค้าในจุดผ่อนผันได้ติดป้ายแสดงใบอนุญาตที่ชัดเจน
ทั้งนี้ได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยห้ามเทน้ำมันหรือคราบไขมันลงท่อระบายน้ำและโคนต้นไม้โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นเหม็นรบกวน ท่อระบายน้ำอุดตัน ตลอดจนป้องกันไม่ให้ต้นไม้ยืนต้นตาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ค้าให้ช่วยกันดูแลความสะอาดพื้นที่และสั่งการเจ้าหน้าที่ให้เร่งจัดเก็บขยะหลังสิ้นสุดเวลาทำการค้า เพื่อไม่ให้มีเศษขยะตกค้างบนทางเท้า