โฆษกรัฐบาล โต้ “รังสิมันต์” ยืนยัน นายกฯ สั่งอธิบดีกรมการปกครอง เข้าชี้แจงแล้ว แต่ติดภารกิจน้ำท่วมปราจีนบุรี ส่งเอกสารแทน ฟาดกลับใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกพร่ำเพรื่อ ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 พ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ กรณี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่สั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการและมีการลงมติ
นายเอกภพ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะกรรมาธิการการกฎหมายมีหนังสือลงวันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอให้สั่งการอธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นกรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีกรมการปกครองทราบ และในวันที่ 5 ตุลาคม 2569 อธิบดีกรมการปกครองส่งหนังสือแจ้งคณะกรรมาธิการว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมจัดส่งเอกสารขอบเขตของงาน (TOR) การสอบเพื่อบรรจุข้าราชการท้องถิ่นตามที่คณะกรรมาธิการร้องขอไปแล้ว
นายเอกภพ ยืนยันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งมอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงอย่างชัดเจน โดยหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามกำกับเป็นเรื่องเร่งด่วน ขณะที่อธิบดีกรมการปกครองได้ส่งเอกสารชี้แจงแทนแล้ว ซึ่งการดำเนินการลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติ หากผู้ชี้แจงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้และข้อมูลยังไม่ครบถ้วน คณะกรรมาธิการสามารถเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมได้
นายเอกภพ ตั้งข้อสังเกต 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือการใช้พระราชบัญญัติคำสั่งเรียกอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งปกติการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะกรรมาธิการจะไม่ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวพร่ำเพรื่อ แต่จะใช้เฉพาะเมื่อไม่ได้รับความร่วมมือหรือมีความจำเป็นเท่านั้น จึงตั้งข้อสังเกตว่ากรณีนี้เป็นการดำเนินการเกินกว่าเหตุ หรือใช้พระราชบัญญัติคำสั่งเรียกพร่ำเพรื่อโดยไม่ได้พิจารณาถึงความเหมาะสม
ประเด็นที่สองคือการชี้แจงข้อเท็จจริงซึ่งดำเนินการไปแล้ว การจะกล่าวหาว่าไม่ชี้แจงหรือไม่รับผิดชอบย่อมไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่าคณะกรรมาธิการแต่ละคณะมีองค์ประกอบ 15 คน ต้องมีกรรมาธิการกึ่งหนึ่งคือ 8 คนจึงจะครบองค์ประชุม แม้ก่อนหน้านี้มีกรรมาธิการลาออก 1 คน แต่ในช่วงเช้าวันเดียวกันที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งแทนทำให้องค์ประกอบครบ 15 คนตามเดิม คณะกรรมาธิการจะอ้างว่าต้องรอหนังสือแจ้งจากสภาผู้แทนราษฎรก่อนจึงจะรับทราบ ถือเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ควรเกิดขึ้น
นายเอกภพ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมายมีพฤติกรรมละเมิดและอยู่เหนือกฎหมาย พร้อมตั้งคำถามว่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากรัฐบาล นายกรัฐมนตรี หรือข้าราชการไม่ให้ความร่วมมือ แต่มาจากทัศนคติของประธานคณะกรรมาธิการ นอกจากนี้ ยังรับทราบข้อมูลว่ามีการนัดหมายประชุมโดยไม่ได้แจ้งให้กรรมาธิการทุกคนทราบ ซึ่งสื่อมวลชนและประชาชนต้องติดตามตรวจสอบต่อไป
ประเด็นสุดท้าย นายเอกภพ ตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายค้านอาจต้องการสร้างประเด็นเพื่อกลบผลงานของรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพืชผลทางการเกษตรปรับตัวสูงขึ้น เช่น ปาล์มน้ำมันและยางพาราที่มีราคาสูงสุดในรอบ 20 ปี รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่คณะนักธุรกิจรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกาเดินทางมาหารือรายละเอียดการลงทุนในประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทกูเกิล (Google) เข้าหารือเรื่องการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งจะสร้างงานและเพิ่มการใช้สินค้าภายในประเทศ
นายเอกภพ กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝ่ายค้านอาจเกิดความไม่พอใจจึงแสดงออกในลักษณะเดียวกับเด็กงอแง พร้อมปล่อยข่าวปลอมและใช้กฎระเบียบที่บิดเบือนเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง