“รอมฎอน” เผย กมธ.ตำรวจ บรรจุวาระปมตัดลดเบี้ยเลี้ยงตำรวจชายแดนใต้ 12 พ.ย. ชี้ เจ้าหน้าที่รับเงินเรตใหม่แล้ว แม้นายกฯ เคยยืนกรานว่าไม่มีการตัด ลั่น ไม่ควรตัดทอนขวัญกำลังใจคนทำงานชั้นผู้น้อย


วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการตัดลดเงินเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ล่าสุดตนได้รับหนังสือแจ้งยืนยันจากทางคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ว่ามีการบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อพิจารณาหาทางออกในวันพฤหัสบดีหน้า (12 พฤศจิกายน) เป็นที่เรียบร้อย

นายรอมฎอน กล่าวต่อไปว่า ท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าไม่มีการตัดลดเบี้ยเลี้ยง สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายบริหารอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและขาดความใส่ใจ ทั้งที่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ปรากฏหนังสือเวียนคำสั่งอย่างเป็นทางการกระจายอยู่ทั่วทุกหน่วยปฏิบัติการและกลุ่มการสื่อสารภายใน ยิ่งไปกว่านั้น คำชี้แจงของผู้บังคับบัญชาระดับสูงยังคงสับสนและย้อนแย้งกับความเป็นจริง เพราะตั้งแต่เมื่อวานนี้ (5 พฤศจิกายน) เป็นต้นมา เงินเบี้ยเลี้ยงได้เริ่มทยอยโอนเข้าบัญชีของกำลังพลตำรวจในพื้นที่ในอัตราใหม่ ซึ่งเป็นอัตราที่ถูกตัดลดลงจริงตามที่มีเอกสารคำสั่งออกมาก่อนหน้านี้ ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด แต่เป็นความเดือดร้อนจริงที่กำลังพลชั้นผู้น้อยกำลังเผชิญ

ทั้งนี้ ในหนังสือคำร้องที่ตนยื่นต่อ กมธ.การตำรวจ เดิมทีระบุข้อเสนอให้เชิญกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้าร่วมชี้แจงด้วย เนื่องจาก กอ.รมน. เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักที่รับผิดชอบภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้โดยตรง และเป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในรายการ “การกำลังพลและการดำเนินงาน” วงเงินสูงถึง 2,400 ล้านบาท ซึ่งต้องกระจายงบประมาณส่วนนี้ให้กับ 6 หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย แม้ว่าในชั้นนี้ กมธ.การตำรวจอาจจะยังไม่ได้ทำหนังสือเชิญ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มาร่วมหารือ แต่ตนและ พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งจะเข้าร่วมการประชุมในวันพฤหัสบดีหน้า จะใช้เวทีดังกล่าวพยายามคลี่ปมปัญหาให้เกิดความกระจ่างชัดใน 2 ประเด็นหลัก คือ

1. ตรวจสอบกระบวนการตัดสินใจ โดยจะสืบหาข้อเท็จจริงว่าการตัดลดงบประมาณเบี้ยเลี้ยงกำลังพลตำรวจในพื้นที่เกิดขึ้นในขั้นตอนใด ใครเป็นผู้ตัดสินใจ และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย

2. ระดมทางเลือกและมาตรการแก้ไข โดยจะแสวงหาแนวทางจัดสรรงบประมาณชดเชย เพื่อสร้างหลักประกันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จะยังคงได้รับค่าตอบแทนและเบี้ยเลี้ยงที่สอดคล้องกับความเสี่ยงภัยอย่างเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน นายรอมฎอน กล่าวย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเสี่ยงภัยในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่การปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความซับซ้อนและแตกต่างจากพื้นที่อื่นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงซ้ำซ้อน ทั้งความเสี่ยงต่อชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบ และความเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนในชีวิตประจำวัน หากการทำงานสร้างความขุ่นหมองหรือทำลายความไว้วางใจของประชาชน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทำงานให้สูงขึ้นไปอีก

พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยบริบทความเสี่ยงที่สลับซับซ้อนเช่นนี้ ผู้บังคับบัญชาและรัฐบาลไม่ควรผลักภาระหรือตัดทอนขวัญกำลังใจของคนทำงานชั้นผู้น้อย พร้อมทั้งเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องข้าราชการตำรวจในพื้นที่ โดยสามารถส่งประเด็นคำถาม ข้อเท็จจริง หรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมมายังตนได้โดยตรง เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้เข้าไปซักถามและร่วมหาทางออกที่เป็นรูปธรรมในที่ประชุม กมธ.การตำรวจต่อไป