“แนน บุณย์ธิดา” รมช.ดีอี ห่วงระบบสื่อสารไทย ประสาน กสทช. เฝ้าระวังค่ายมือถือรัดกุม หลัง NTT Docomo ญี่ปุ่นเจอวิกฤตซ้ำซ้อน 5G SA ล่ม 14 ชั่วโมง
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความมั่นคงปลอดภัย และเสถียรภาพของระบบโทรคมนาคมในประเทศไทย โดยได้ประสานงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ให้เตือน และกำชับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทุกราย เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังระบบโครงข่ายและรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ระบบล่มหรือข้อมูลรั่วไหลซ้ำรอยวิกฤตใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากวงการโทรคมนาคมญี่ปุ่นเผชิญกับเหตุวิกฤตซ้ำซ้อนอย่างหนัก เมื่อ NTT Docomo ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ประสบปัญหาเครือข่าย 5G Standalone (5G SA) ขัดข้องเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.18 น. จนกระทั่งวิศวกรสามารถกู้คืนระบบให้กลับมาทำงานตามปกติได้ในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 01.20 น. รวมระยะเวลาขัดข้องยาวนานกว่า 14 ชั่วโมง
ความล้มเหลวของระบบในครั้งนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้บริการ 5G SA ทำให้ไม่สามารถใช้งานการโทรออก-รับสาย การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการส่ง SMS ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานระบบ 4G และ 5G รูปแบบอื่นยังคงใช้งานได้ ซึ่งทาง NTT Docomo ชี้แจงว่า สาเหตุเกิดจากระบบชุมสายเกิดภาวะคอขวด และรองรับปริมาณการสื่อสารไม่ทัน โดยเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานว่าเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน NTT Docomo ยังต้องเผชิญกับอีกหนึ่งมรสุม เมื่อพบการบุกรุกระบบออนไลน์ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลของลูกค้าอาจรั่วไหลสูงถึงประมาณ 300,000 รายการ เหตุการณ์คู่ขนานนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงสำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ว่าต่อให้เทคโนโลยีสื่อสารจะก้าวหน้าเพียงใด แต่เสถียรภาพ และความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นหัวใจสำคัญสูงสุด
ในมุมมองด้านการลงทุนและอุตสาหกรรม เหตุการณ์นี้กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่กระตุ้นให้ผู้ให้บริการทั่วโลกรวมถึงในไทย ต้องเร่งลงทุนยกระดับระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ระบบตรวจจับความผิดปกติของเครือข่าย (Network Monitoring) และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำรอง (Redundancy System) ให้มีความพร้อมสูงสุด
“ ทางกระทรวงดีอี ได้ประสานให้ กสทช. เข้ามากำกับดูแลโอเปอเรเตอร์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน และภาคธุรกิจว่าโครงข่ายดิจิทัลของไทยจะมีความเสถียร ปลอดภัย และไม่เกิดเหตุการณ์ระบบล่มซ้ำรอยต่างประเทศแน่นอน” นางสาวแนน บุณย์ธิดา ระบุ