“สหัสวัต” สส.ปชน. จี้นายกฯ เร่งเซ็นรับรอง ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับพรรคประชาชน เข้าสภาฯ ประกบฉบับ ครม. ชี้ร่าง ครม. แค่ปะผุสิทธิประโยชน์ ไม่แตะโครงสร้าง-ความโปร่งใสกองทุน


วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อเตรียมส่งเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา โดยระบุว่า ในส่วนของพรรคประชาชนได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม หรือที่เรียกว่าร่าง “ทวงคืนประกันสังคม” ซึ่งได้ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรและส่งไปยังโต๊ะทำงานของนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อรอคำรับรองในฐานะร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน แต่จนถึงปัจจุบัน เวลาล่วงเลยมากว่าครึ่งปีแล้ว นายกรัฐมนตรีกลับยังไม่มีทีท่าว่าจะลงนามรับรอง หรือหยิบยกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพูดถึงแต่อย่างใด


นายสหัสวัตกล่าวว่า ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งใหญ่ ทุกพรรคการเมืองต่างออกนโยบายและชูคำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าจะเข้ามา “ปฏิรูปประกันสังคม” แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปและได้ก้าวเข้ามาเป็นรัฐบาล กลับลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงานจนหมดสิ้น เพราะร่างกฎหมายที่ ครม. มีมติเห็นชอบนั้น ไม่ได้มีเนื้อหาส่วนใดที่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างกองทุนประกันสังคมอย่างแท้จริง เป็นเพียงการปรับแก้สิทธิประโยชน์และรายละเอียดปลีกย่อยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการ “ปะผุ” ปัญหาเดิมๆ


นายสหัสวัตกล่าวต่อไปว่า ความหมายของการปฏิรูปประกันสังคมที่แท้จริง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการปฏิรูปและปรับปรุงโครงสร้างของสำนักงานประกันสังคมและกองทุนประกันสังคม ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดโยงกับผู้ประกันตนและนายจ้างอย่างแท้จริง ซึ่งตลอดระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา สังคมไทยได้เปิดการถกเถียงและตกผลึกร่วมกันแล้วว่า ต้องปฏิรูปทั้งที่มาของคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.), สัดส่วนของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ, กระบวนการตัดสินใจด้านการลงทุนเม็ดเงินกว่า 2 ล้านล้านบาท ตลอดจนการกำหนดทิศทางสิทธิประโยชน์ โดยปรากฏการณ์ที่คนทำงานออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเทคะแนนเลือกตัวแทนที่ชูธงปฏิรูปโครงสร้างอย่างถล่มทลาย ย่อมสะท้อนให้เห็นว่า “การปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม” คือฉันทามติร่วมกันของคนทั้งประเทศ


นายสหัสวัตชี้ให้เห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมของพรรคประชาชนเป็นร่างกฎหมายเพียงฉบับเดียวที่เข้าไปแก้ไขปัญหาถึงระดับโครงสร้างและรากเหง้าของปัญหาอย่างแท้จริง และถึงแม้ตนจะไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในร่างของ ครม. ในหลายประเด็น แต่ในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ร่างกฎหมายที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนหลายสิบล้านคนเช่นนี้ ต้องเปิดกว้างให้ทุกร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือของพรรคฝ่ายค้าน ได้รับการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเพื่อพิจารณาและถกเถียงกันในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เปรียบเทียบและเห็นข้อดีข้อเสียของแต่ละฉบับอย่างโปร่งใส


“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาเล่นเกมการเมืองอะไรอีก แต่เป็นเวลาที่ต้องปฏิรูปประกันสังคมตามเจตนารมณ์และฉันทามติของสังคม เหมือนที่ทุกคนทุกพรรคสัญญาไว้เองตั้งแต่เลือกตั้ง” นายสหัสวัตกล่าวทิ้งท้าย