“สรวงศ์ เทียนทอง” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมเสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.สระแก้ว เขต 3 ยอมรับมีเวลาเตรียมตัวน้อย แต่มั่นใจลงพื้นที่ต่อเนื่อง เดินหน้าทำงานกับประชาชนเต็มที่


วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย ครั้งที่ 1/2569 ถึงกรณีการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระแก้ว เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนนายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ สส.พรรคกล้าธรรม ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ตนดูแลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่ง สส. หรือไม่ได้เป็น สส.ก็ตาม โดยพรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน และมีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างจำกัด ส่วนตัวพร้อมที่จะเสนอตัวให้พรรคเพื่อไทยพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เนื่องจากยังมีความตั้งใจที่จะประสานงานและทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป


สำหรับคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายสรวงศ์ ระบุว่า ยังไม่ทราบว่าพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครบ้าง แต่ทุกพรรคมีสิทธิ์ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ซึ่งถือว่าจะต้องมีการแข่งขันกันอย่างแน่นอน


ส่วนยุทธศาสตร์ในการทวงคืนเก้าอี้ สส. นั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมจากแนวทางเดิม เนื่องจากยังคงลงพื้นที่และดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีช่วงที่ห่างหายจากพื้นที่ไปบ้างในระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเท่านั้น


เมื่อถามถึงการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายสรวงศ์ ระบุว่า มีหลายปัจจัย โดยประเด็นสำคัญคือปัญหาชายแดน ซึ่งถูกนำมาใช้โจมตีทางการเมือง รวมถึงประเด็นกลุ่มโคบาลบูรพา ซึ่งถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเช่นกัน โดยยืนยันว่าแนวทางการทำงานของตนยังเหมือนเดิม คือการลงพื้นที่พบปะประชาชน


ทั้งนี้ การเลือกตั้งซ่อมกำหนดขึ้นในวันที่ 6 ธันวาคม โดยหากเปิดรับสมัครในวันแรก จะมีเวลาหาเสียงประมาณ 20 กว่าวันเท่านั้น ถือว่ามีเวลาค่อนข้างน้อย แต่จะทำงานอย่างเต็มที่


ส่วนความมั่นใจในการทวงคืนเก้าอี้ สส. นายสรวงศ์ กล่าวว่า มีความมั่นใจทุกครั้ง แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องติดตาม เพราะไม่มีใครทราบได้ว่าตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเลือกตั้งจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวจะทำหน้าที่ให้เต็มที่


สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งคะแนนทิ้งห่างคู่แข่ง นายสรวงศ์ กล่าวว่า ยังคงมีประชาชนที่ให้การสนับสนุนตนอยู่กว่า 32,000 คน โดยครั้งนั้นพ่ายแพ้ด้วยคะแนนประมาณ 6,000-7,000 คะแนน และได้พิจารณาคะแนนอย่างละเอียดจนทราบถึงจุดอ่อนของตนเอง โดยเฉพาะประเด็นปัญหาชายแดนและกลุ่มโคบาลบูรพา ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกนำมาโจมตีในช่วงการเลือกตั้ง


ส่วนกรณีการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา จะช่วยให้ประชาชนเห็นถึงการทำงานและส่งผลต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งซ่อมหรือไม่นั้น นายสรวงศ์กล่าวว่า จริง ๆ แล้วการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วมเป็นสิ่งที่ทำมาโดยตลอด ไม่ได้ทำเพราะคาดว่าจะมีการเลือกตั้งซ่อม แต่เป็นจังหวะที่เหตุการณ์เกิดขึ้นประจวบเหมาะกันพอดี โดยส่วนตัวอยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด แม้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมปี 2556 ก็ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเช่นเดียวกัน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ก็เห็นการทำงานมาโดยตลอด พร้อมระบุว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ทำให้มีประเด็นเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลกระทบต่อเรื่องดังกล่าวได้ทั้งหมด