รองโฆษกรัฐบาล แจงดราม่าพืชสวนโลกอุดรฯ ระบุรับไม้ต่อบริหารโครงการเพียง 5-6 เดือน พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา ไม่ปัดความรับผิดชอบ ด้านเพื่อไทย ยืนยันพร้อมรับเสียงวิจารณ์
วันที่ 5 พ.ย. 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ทั้งประเด็นงบประมาณ ความพร้อมของสถานที่ และมาตรฐานการจัดงานว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อคิดเห็นและข้อท้วงติงจากประชาชน พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะระยะเวลาการบริหารโครงการ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้คณะผู้บริหารชุดปัจจุบันเพิ่งเข้ามารับช่วงดำเนินงานประมาณ 5-6 เดือน ขณะที่โครงการดังกล่าวมีการวางแผน อนุมัติงบประมาณ และดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี
รองโฆษกฯ กล่าวว่า การเข้ามารับช่วงบริหารโครงการขนาดใหญ่ในระยะเวลาเพียง 5-6 เดือนก่อนเปิดงาน ย่อมมีข้อจำกัดทั้งด้านระยะเวลา งบประมาณ และภาระผูกพันจากแผนงานและสัญญาที่ดำเนินการไว้ก่อนหน้า ซึ่งหลายเรื่องจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชุดปัจจุบันได้ให้ความสำคัญกับการเร่งติดตาม ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
“โครงการมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีเป็นโครงการที่มีการดำเนินงานต่อเนื่องมาหลายปี การที่คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชุดปัจจุบันเพิ่งเข้ามารับช่วงงานประมาณ 5-6 เดือน จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา ทั้งในด้านความคืบหน้า ข้อจำกัด และแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องการให้การดำเนินงานเดินหน้าต่อไปอย่างดีที่สุด”
สำหรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากประชาชนภายหลังเปิดงาน รองโฆษกฯ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้เข้าชม โดยเฉพาะการบริหารจัดการระบบจำหน่ายบัตรและทางเข้าออก การจัดระบบรถรับส่งภายในพื้นที่ การเพิ่มความสะดวกบริเวณจุดพักคอยและพื้นที่บริการประชาชน ตลอดจนการดูแลความสะอาด ความปลอดภัย และความเรียบร้อยของสถานที่จัดงาน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบปัญหาและพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาการจัดงาน
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับข้อสังเกตเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของพื้นที่จัดแสดง การดูแลรักษาพันธุ์พืช ความถูกต้องของป้ายข้อมูล และองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในงาน โดยประสานหน่วยงานผู้รับผิดชอบให้ตรวจสอบความถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐานการจัดงาน พร้อมติดตามการแก้ไขข้อบกพร่องที่พบ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับทั้งความประทับใจและองค์ความรู้ด้านพืชสวนอย่างเหมาะสม
“รัฐบาลเข้าใจดีว่าประชาชนที่เดินทางมาเที่ยวงานย่อมคาดหวังความพร้อมและคุณภาพของการจัดงาน โดยเฉพาะงานระดับนานาชาติ ดังนั้น เมื่อมีข้อร้องเรียนหรือข้อบกพร่องเกิดขึ้น จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้รับความสะดวกและประโยชน์มากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก”
สำหรับข้อวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรฐานการจัดงาน รองโฆษกฯ ชี้แจงว่า สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH ได้อนุมัติสิทธิการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีในระดับ B ตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งเป็นงานพืชสวนระดับนานาชาติที่มีหลักเกณฑ์และมาตรฐานเฉพาะ แตกต่างจากงานระดับ A1 ที่เป็นมหกรรมพืชสวนโลกขนาดใหญ่ โดยทั้งสองประเภทมีข้อกำหนดด้านพื้นที่ ระยะเวลา และการมีส่วนร่วมของนานาชาติแตกต่างกัน
“ขอยืนยันว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีได้รับสิทธิการจัดงานระดับ B มาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การปรับลดระดับจาก A1 เป็น B ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ การจัดงานแต่ละประเภทมีมาตรฐานและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน จึงควรพิจารณาข้อมูลตามหลักเกณฑ์ของ AIPH เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน” พร้อมย้ำว่า แม้การจัดงานจะได้รับสิทธิในระดับ B แต่การดำเนินงานยังคงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่อาจนำประเภทของการจัดงานมาเป็นข้ออ้างในการละเลยข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นได้
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อห่วงใยด้านงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง รัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความคุ้มค่า โดยโครงการมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีมีกรอบงบประมาณรวม 2,750 ล้านบาท ครอบคลุมการดำเนินงานหลายปี ทั้งการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค การปรับภูมิทัศน์ และการบริหารจัดงาน ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วน ทั้งงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ วงเงินตามสัญญา และยอดเบิกจ่ายจริง ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้การชี้แจงเป็นไปอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ การตรวจสอบความถูกต้องและความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณต้องครอบคลุมการดำเนินงานทุกช่วงเวลา โดยยึดหลักความรับผิดชอบและความโปร่งใสเป็นสำคัญ
“รัฐบาลยินดีรับฟังทุกข้อเสนอแนะ เพราะเสียงสะท้อนจากประชาชนเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการทำงานของภาครัฐ หากพบข้อบกพร่องก็ต้องเร่งแก้ไข หากมีข้อสงสัยก็ต้องชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง และหากพบการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องก็ต้องตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ”
รองโฆษกฯ กล่าวว่า การประเมินผลสำเร็จของมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ควรพิจารณาทั้งผลการดำเนินงานในช่วงจัดงานและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น การจ้างงาน ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ให้สามารถใช้ประโยชน์ต่อเนื่องภายหลังเสร็จสิ้นงาน เพื่อส่งเสริมให้จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยรัฐบาลเห็นว่าการประเมินความคุ้มค่าของโครงการควรอาศัยข้อมูลผลการดำเนินงานจริง ทั้งจำนวนผู้เข้าชม รายได้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานภายหลังสิ้นสุดการจัดงาน ไม่ใช่พิจารณาจากเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้เพียงอย่างเดียว
รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลขอขอบคุณทุกเสียงสะท้อนจากประชาชน และพร้อมนำข้อคิดเห็นต่าง ๆ มาประกอบการปรับปรุงการดำเนินงาน โดยมุ่งหวังให้มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว เพราะเป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้ คือประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง”
พร้อมรับเสียงติง ย้ำ รับไม้ต่อกระทรวงเกษตรฯ-พืชสวนโลกฯ แค่ 5-6 เดือน
ด้านนางสาวประภาพร ทองปากน้ำ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และ สส. จังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบประมาณการจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ไม่โปร่งใสว่า พรรคเพื่อไทยเข้ามารับช่วงโครงการใหญ่ที่มีการลงทุนและดำเนินงานมาก่อนแล้ว แต่ พรรคฯ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เพิ่งได้รับโอกาสเข้ามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพียง 5-6 เดือนเท่านั้น หลายส่วน ทั้งรูปแบบงานและกรอบงบประมาณ ถูกกำหนดไว้ก่อนที่ทีมรัฐมนตรีของพรรคฯ จะเข้ามารับหน้าที่ การตรวจสอบจึงต้องแยกให้ชัดระหว่างกรอบงบประมาณของโครงการกับรายการที่อนุมัติ ทำสัญญา และการเบิกจ่ายในแต่ละช่วง
ทั้งนี้ นางสาวประภาพรยังกล่าวต่ออีกว่า แต่เมื่อวันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้รับผิดชอบ รับไม้ต่อแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ตนขอยืนยันว่า เราพร้อมรับฟัง และจะติดตามให้ข้อเสนอแนะเหล่านี้นำไปสู่การปรับปรุงที่ประชาชนเห็นได้จริง เพราะพรรคฯ เข้าใจถึงความคาดหวังของประชาชน งานระดับนานาชาติที่ใช้เงินภาษี ต้องมีทั้งคุณภาพ ความถูกต้อง และความคุ้มค่า ประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งคำถามและเสนอแนะได้เต็มที่
“ตลอดระยะเวลานับกว่า 20 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย แทบจะไม่ได้นั่งบริหารในตำแหน่งเจ้ากระทรวงเกษตรฯ เลย แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล โชคดีได้มีโอกาสเข้ามารับผิดชอบกระทรวงเกษตรฯ เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกร เราจึงได้พบเห็นปัญหาในช่วงที่เข้ามาทำงานจนถึงวันนี้ และทราบว่ารัฐมนตรีเพื่อไทยทุกท่าน แม้ต้องเริ่มจากศูนย์ ก็พยายามแก้ไขปัญหา เพื่องานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ออกมาดีที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุด และคุ้มค่าที่สุด เท่าที่จะทำได้ แม้เราไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้น แต่เมื่อรับไม้ต่อแล้ว เราจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้สิ่งที่เหลืออยู่หลังจบงาน คือประโยชน์ที่คนในพื้นที่ได้รับไปอีกนาน และสิ่งที่ต้องติดตามต่อหลังจากนี้คือ หลังจบงานแล้ว คนอุดรธานีและอีสานตอนบนจะได้อะไรกลับมา ทั้งแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน พื้นที่ศึกษาธรรมชาติ และสวนสาธารณะตามแผนที่วางไว้ ต้องมีการดูแลและเปิดให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง” นางสาวประภาพรกล่าว