สส.พรรคเพื่อไทย เตรียมเสนอญัตติด่วนตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาสารเคมีและกากอุตสาหกรรมปนเปื้อน พร้อมหาแนวทางฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง พร้อมด้วย นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา เตรียมเสนอญัตติด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาสารเคมีและกากอุตสาหกรรมปนเปื้อน พร้อมหาแนวทางฟื้นฟูและเยียวยาประชาชน
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีมติสนับสนุนการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาสารเคมีและกากอุตสาหกรรมตกค้างหรือปนเปื้อน ตลอดจนผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิตของประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟู และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก พบปัญหาของเสียจากภาคอุตสาหกรรมปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง ส่งผลให้ปลากระชังตายเป็นจำนวนมาก และกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราประมาณ 270,000 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจคุณภาพน้ำและดิน เพื่อประเมินความปลอดภัยในการเพาะปลูก รวมถึงผลกระทบต่อแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและระบบประปา
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานการตรวจพบความผิดปกติของระดับโลหะหนักในร่างกายประชาชนบางราย สร้างความวิตกกังวลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียง 2 จังหวัด แต่ยังพบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโรงงานคัดแยก ฝังกลบ และรีไซเคิลของเสียประเภท 105 และ 106 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 3,049 แห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออกที่มีโรงงานประมาณ 1,500 แห่ง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบโรงงาน 80 แห่ง พบว่ามี 63 แห่งต้องปรับปรุง และ 1 แห่งถูกสั่งหยุดดำเนินการ ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 17 กันยายน พบจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม 61 จุด สะท้อนถึงความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ปัญหายังเชื่อมโยงกับคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2559 ซึ่งเคยยกเว้นข้อกำหนดด้านผังเมืองสำหรับกิจการบางประเภท เช่น โรงงานรีไซเคิล โรงไฟฟ้า และกิจการกำจัดขยะ แม้คำสั่งดังกล่าวจะถูกยกเลิกแล้วในปี 2568 แต่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการตั้งโรงงานในพื้นที่เกษตรกรรมและใกล้แหล่งน้ำ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุที่ปัญหามีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและหลายกระทรวง พรรคเพื่อไทยจึงเห็นชอบให้ สส. เข้าชื่อเสนอญัตติจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาสาเหตุของปัญหา สำรวจพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมอันตราย ตลอดจนกำหนดแนวทางฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ เตรียมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 พร้อมผลักดันญัตติที่ได้ยื่นไว้แล้วให้เข้าสู่การพิจารณา โดยมุ่งหวังให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา สร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตลอดจนเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ
ทางด้าน นายจักรภพ กล่าวเสริมว่า ญัตติด่วนของนายจาตุรนต์ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการและการบังคับใช้กฎหมายในอดีต โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน การเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จะช่วยให้สามารถศึกษาปัญหาได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ไม่เฉพาะปัญหาสารพิษและกากอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนมากับกระแสน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง การบริหารจัดการ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละยุคสมัย เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
สำหรับญัตติด่วนดังกล่าว มีความสำคัญทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและมิติทางการเมือง โดยมุ่งหวังให้เกิดการทบทวนแนวทางบริหารจัดการที่ผ่านมา เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต.