อธิบดี ปภ. แจง การแนะให้ประชาชนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง “ไม่ใช่สัญญาณสงคราม” แต่เป็นมาตรฐานสากล เตรียมพร้อมขั้นพื้นฐานรับมือทุกภัยพิบัติ
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีการแนะนำและเชิญชวนประชาชนจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน หรือ Emergency Bag ว่า เป็นการเตรียมพร้อมขั้นพื้นฐานเพื่อรับมือในทุกภัยพิบัติด้วยความตระหนักแต่ไม่ตระหนก และไม่ใช่สัญญาณว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น
อธิบดี ปภ. ระบุต่อไปว่า ในกระเป๋าฉุกเฉิน ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินซื้อกระเป๋าใหม่ แต่ใช้กระเป๋าที่มีมาเตรียมใช้ได้ โดยบรรจุสิ่งของจำเป็นสำหรับดำรงชีวิตในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหากเกิดภัยพิบัติ ประกอบด้วย น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค อุปกรณ์สื่อสาร และเงินสดสำรอง เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ ความช่วยเหลือจากภาครัฐอาจยังไปไม่ถึงทุกพื้นที่ ทุกคนจึงควรดูแลตนเองและครอบครัวก่อน ที่สำคัญ 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ เป็นช่วงที่ประชาชนสามารถดูแลตนเองและครอบครัวในขั้นพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยได้
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของประเทศไทย เพราะ ปภ. มีการรณรงค์การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินรับมือภัยพิบัติให้กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับองค์กรระหว่างประเทศ และหน่วยงานด้านภัยพิบัติในหลายประเทศได้แนะนำประชาชนเช่นกัน โดยเน้นให้เตรียมไว้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ ไม่ได้มีไว้รับมือสงคราม แต่เพื่อภัยฉุกเฉินทั่วไป อาทิ แผ่นดินไหว อาคารถล่ม หรือน้ำท่วมวงกว้าง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนออกไปซื้ออาหาร ยา หรือของใช้จำเป็นไม่สะดวก
“กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งดูแลในเรื่องความปลอดภัยจากสาธารณภัย และได้ทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและทหารอย่างต่อเนื่อง หากเป็นภัยพิบัติทั่วไป ปภ. มีมาตรการในการบริหารจัดการสาธารณภัยที่สามารถใช้ได้ปฏิบัติได้ทันที แต่หากเป็นสถานการณ์มิติความมั่นคง กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ จะเป็นหน่วยมาบริหารจัดการ ขณะที่ทาง ปภ. ก็มีระบบแจ้งเตือนภัย ที่มีความพร้อมใช้งานและสนับสนุน เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ภัยได้อย่างทันท่วงที”
นายนิรัตน์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับการเตรียมพร้อมกระเป๋าฉุกเฉิน ได้ยึดหลักตระหนัก แต่ไม่ตระหนก ไม่ใช่การประกาศเตือนภัย แต่เป็นการให้ความรู้และสร้างความพร้อมแก่ประชาชน ซึ่ง ปภ. มีคำแนะนำเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ไม่ใช่การประกาศเตือนภัยหรือส่งสัญญาณว่าจะเกิดสงคราม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีเหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่ต้องกักตุนสิ่งของในปริมาณมาก ซึ่ง ปภ. ได้ประสานและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรับข้อคำสั่งจากรัฐบาล เพื่อดูแลประชาชนตามบทบาทและภารกิจเพื่อความปลอดภัย.