“วีระยุทธ” ถกสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน นักลงทุนโอดต้นทุนพลังงานแพง-รถติดท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมเรียกร้องให้ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย หลังพบลักลอบนำสินค้าข้ามแดนจนส่งผลต่อกลไกตลาด


วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ นายปราบ เพียรสกุล หัวหน้าผู้แทนสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (US-ASEAN Business Council) ประจำประเทศไทย เมียนมา และลาว ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือถึงทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทย ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางธุรกิจและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาอย่างยั่งยืน


การหารือร่วมกันในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่น การปรับปรุงกฎระเบียบ และการพัฒนาระบบนิเวศทางการค้าการลงทุนของไทยผ่านประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงาน ซึ่งคณะผู้แทนสะท้อนว่า ปัจจุบันไทยมีต้นทุนพลังงานสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกว่า 50% ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียที่มีแนวโน้มจะยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต


นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะปัญหาความล่าช้าบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งปัจจุบันเรือบรรทุกสินค้าต้องใช้เวลาเข้าคิวรอขนถ่ายสินค้านานอย่างน้อย 10-24 ชั่วโมง ทำให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าข้ามแนวชายแดน ทำให้ปริมาณสินค้าทะลักเข้าสู่ตลาดภายในประเทศจนส่งผลกระทบต่อกลไกตลาด จึงเสนอให้กรรมาธิการเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการค้า การกระจายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และการปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเสนอให้ไทยเร่งหาหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการผลักดันนโยบายพัฒนาสังคมและสุขภาวะทางเจริญพันธุ์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานในระยะยาว


ด้าน นายวีระยุทธ แสดงความเห็นว่า ข้อเสนอทั้งหมดถือเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายนิติบัญญัติรับทราบถึงข้อจำกัดและพยายามผลักดันแก้ไขมาโดยตลอด ทั้งนี้นโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนในยุคปัจจุบันต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปรับปรุงระบบเศรษฐกิจให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบต้องมีความเท่าเทียมและชัดเจน เพื่อช่วยลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอันเป็นต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ส่วนประเด็นเรื่องโครงสร้างประชากรนับเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศที่จำเป็นต้องหารือร่วมกันหลายฝ่าย โดยตนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะใช้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข และคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร เป็นพื้นที่กลางในการร่วมหารือ


นายวีระยุทธ ยังทิ้งท้ายถึงความสำคัญของการสานต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาอย่างเข้มแข็ง โดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจพร้อมผลักดันข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้า สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และดึงดูดการลงทุนด้านนวัตกรรมตลอดจนพลังงานสะอาด เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป