กกต. เร่งร่างคำร้องฟ้องอาญาคดีฮั้ว สว. 77 ราย คาดเสร็จสัปดาห์หน้า พร้อมส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดอำนาจหน้าที่ หวั่นศาลฎีกาเปิดรับคำร้องทบทวนคุณสมบัติ สว. กระทบคำวินิจฉัยที่เป็นที่สุด


วันที่ 4 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่า ตามที่ กกต. มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทุจริตเลือก สว.ปี 2567 รวม 77 ราย โดยในจำนวนนี้มี สว. ชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วยถึง 26 ราย นั้น  ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างคำวินิจฉัยเพื่อยื่นต่อศาลฎีกา คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามเนื่องจากเอกสารในคดีมีจำนวนมาก อาจต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมเพิ่มเติมแต่จะไม่เกินกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งทาง กกต. ได้ประสานงานไปยังศาลฎีกาในเบื้องต้นแล้วเกี่ยวกับรูปแบบการรับมอบเอกสาร ว่าจะให้จัดส่งในรูปแบบเอกสารรูปเล่มกระดาษ หรือบรรจุในแฟลชไดรฟ์จำนวนกี่ชุด ซึ่งยังอยู่ระหว่างรอคำตอบรับจากทางศาลฎีกา


ขณะเดียวกัน ในที่ประชุม กกต. ยังได้พิจารณาร่างคำร้องตามที่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เสนอต่อที่ประชุม เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในการจัดให้มีการเลือก สว. โดยเน้นย้ำประเด็นข้อกฎหมายว่า การประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือก สว. รวมถึงมติของ กกต. ในกรณีสั่งยกคำร้อง ถือเป็นที่สุดตามกฎหมายหรือไม่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว ว่า ผลการลงมติในที่ประชุม กกต. ปรากฏว่า มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบให้ส่งคำร้องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นการเร่งด่วน โดยคาดว่าจะสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาตามที่ กกต. ร้องขอ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อคดีตรวจสอบคุณสมบัติ สว. จำนวน 3 คดี ที่ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาก่อนหน้านี้


  

สำหรับประเด็นทั้ง 3 คดีที่ศาลฎีกาสั่งรับคำร้องไว้พิจารณานั้น เกิดจากกลุ่มผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือก สว. รวม 5 ราย ได้แก่ นายบัลลังค์ ศรีมงคล, นางวรรษมนต์ คุณแสน, นางแดง กองมา, นายสมพาน พละศักดิ์ และนางทองเสียน วงษ์ประจันทร์ ได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ย้อนตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. รายอื่น โดยเฉพาะกรณีข้อโต้แย้งคุณสมบัติผู้สมัครในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ และกรณียื่นสมัครผิดกลุ่มอาชีพ พร้อมขอให้ศาลทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่เคยสั่งยกคำร้องไปก่อนหน้านี้ ซึ่งปัจจุบันศาลฎีกาได้สั่งรับเรื่องไว้พิจารณาทั้ง 3 คดี อยู่ในขั้นตอนสั่งทำคำคัดค้านและนัดตรวจพยานหลักฐาน จนนำมาสู่ชนวนเหตุสำคัญที่ กกต. มองว่าเป็นการก้าวล่วงใช้อำนาจเกินขอบเขต และต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดในที่สุด