“เจเศรษฐ์” ยืนยัน เคสฟ้าผ่านักกอล์ฟเยาวชนแปดริ้ว เข้าเกณฑ์ประกันภัย จ่ายเยียวยา 2 ล้านบาท เผยจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ระหว่างดำเนินการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 7 สมาคมประกันวินาศภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เดินทางเข้าติดตามการดำเนินงานด้านประกันภัยพิบัติ พร้อมประชุมหารือร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยและผู้แทนบริษัทประกันภัย เพื่อรับทราบความคืบหน้าและหารือแนวทางบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบประกันภัยกับฐานข้อมูลของภาครัฐ ให้การตรวจสอบสิทธิและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิที่พึงได้รับ
ภายหลังการประชุม นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยถึงกรณีเหตุฟ้าผ่าระหว่างการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ส่งผลให้นางสาวเอยาวรินทร์ ประดับญาติ เสียชีวิต ว่า จากการตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติวาตภัย ซึ่งรวมถึงกรณีฟ้าผ่า โดยมีวงเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาท
ขณะนี้จังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ระหว่างดำเนินการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย พร้อมจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการยื่นคำขอรับค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยกระทรวงมหาดไทยจะติดตามและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับสิทธิตามความคุ้มครองอย่างครบถ้วน
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการประกันภัยพิบัติที่รัฐบาลจัดให้ประชาชนมีความคุ้มครองครอบคลุมภัยสำคัญ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกรณีฟ้าผ่าครั้งนี้เข้าข่ายความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นว่าระบบประกันภัยเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างหลักประกันและลดภาระความเดือดร้อนให้กับประชาชนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
“จะเห็นได้ว่าประกันภัยพิบัติเป็นสิ่งที่มีความคุ้มค่า เพราะเป็นหลักประกันที่ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในยามเกิดภัย สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้รับความคุ้มครองตามสิทธิที่กำหนดไว้ และระบบต้องสามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ฐานข้อมูลของภาครัฐ การตรวจสอบข้อเท็จจริง ไปจนถึงกระบวนการพิจารณาสินไหม เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง”
นายเจเศรษฐ์กล่าวอีกว่า การเดินทางมาติดตามการดำเนินงานในครั้งนี้ ต้องการรับทราบความคืบหน้าและสร้างความมั่นใจว่าระบบประกันภัยกับระบบข้อมูลของภาครัฐจะสามารถทำงานสอดประสานกันได้จริง ลดความซ้ำซ้อนในการตรวจสอบ ลดปัญหาข้อมูลตกหล่น และทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะติดตามการดำเนินงานร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัย บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาระบบประกันภัยพิบัติให้เป็นหลักประกันที่ประชาชนเชื่อมั่นได้ และสามารถดูแลประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมเมื่อเกิดภัย