“เจเศรษฐ์-วรศิษฎ์” ฟิต ติวเข้มกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ และเชื่อมโยงระบบประกันภัย
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12.00 น. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ร่วมประชุมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง พร้อมติดตามการบริหารจัดการเครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลในการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงหารือแนวทางการสร้างความเข้าใจและการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับระบบประกันภัยตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยมีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร รองอธิบดี ปภ. นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักและกอง ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ. เขต 14 จังหวัดอุดรธานี หัวหน้าสำนักงาน ปภ. จังหวัดหนองบัวลำภู หนองคาย เลย และอุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ในการประชุม มท.3 กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ ปภ. และผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่ร่วมแรงร่วมใจ ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด รวมถึงทุกหน่วยงานที่ได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกล เพื่อรองรับสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานรักษาความพร้อมและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
มท.3 เน้นย้ำให้ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง โดยติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนป้องกันและให้ความช่วยเหลือประชาชนล่วงหน้า ตลอดจนบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและเครื่องมือในการช่วยเหลือประชาชน โดยกำชับให้มีการจัดส่งอุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรกลเข้าไปสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัยและศูนย์พักพิงต่าง ๆ ให้เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมจัดทำแผนบริหารจัดการเครื่องจักรกล ตรวจสอบสภาพและบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถนำไปสนับสนุนภารกิจและเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
สำหรับประเด็นระบบประกันภัย มท.3 กล่าวว่า เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน จึงขอให้ทุกหน่วยงานเร่งศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประกันภัย ทั้งหลักการ หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสำรวจและจัดเก็บข้อมูล โดยขอให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างรอบคอบ ให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์มากที่สุด และตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้มีข้อมูลของประชาชนตกหล่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการได้รับความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ตามนโยบายของรัฐบาล
นอกจากนี้ มท.4 ยังเน้นย้ำว่า ระบบประกันภัยและฐานข้อมูลของภาครัฐจะต้องเชื่อมโยงและทำงานสอดคล้องกันเป็นระบบเดียวกัน โดยข้อมูลจากทั้งสองระบบต้องสามารถตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องระหว่างกันได้ เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส ลดความซ้ำซ้อน ป้องกันความผิดพลาด และสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องและครบถ้วน
มท.3 และ มท.4 กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติงานเชิงรุก บูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และองค์ความรู้ ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูลให้มีความถูกต้องและเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทใกล้ชิดกับประชาชน จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้สามารถสื่อสารและให้คำแนะนำแก่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง รวมถึงช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามนโยบายของรัฐบาลได้อย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่น


