รองนายกฯ “ปกรณ์” เผยอนุกรรมการกลั่นกรองนิรโทษกรรม ยังไม่รายงานผลประชุม ปัดตอบปม “ทักษิณ” เข้าเกณฑ์หรือไม่ ยันตรงไปตรงมาว่าตามกฎหมายไม่มองมิติการเมือง ระบุบอร์ดชุดใหญ่เห็นแย้งคณะอนุฯ ได้


เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงการประชุมของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน 

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะในการทำงานของคณะกรรมการชุดใหญ่ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกลั่นกรองเรื่องที่มีการยื่นคำร้องเข้ามาว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ หากมีมติอย่างไรก็จะส่งมาให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา แต่เบื้องต้นทั้งคำร้อง หรือคำวินิจฉัยชี้ขาดทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการจะเป็นผู้รวบรวมข้อมูล และนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการ


เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดใหญ่สามารถเห็นต่างกับคณะอนุกรรมการได้หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ได้ อยู่ที่ว่าชุดใหญ่จะมีมติอย่างไร ส่วนได้มีการดูนอกรอบหรือไม่ว่ากรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการยื่นเรื่องของนิรโทษกรรมล้างมลทินคดีการเมือง เข้าเกณฑ์หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรเลย ตนเห็นตามข่าวว่าจะมีการร้องเข้ามา รวมถึงมีหลายท่านยื่นคำร้องเข้ามาด้วย แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด เพราะขณะนี้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกำลังรวบรวมอยู่


ส่วนเงื่อนไขคดีมาตรา 112 ถือว่านอกเกณฑ์หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับคดีมาตรา 112 มีการเขียนไว้ชัดเจนในกฎหมายว่าเรื่องคดีทุจริตและคดีมาตรา 112 จะไม่อยู่ในเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ดังกล่าว เมื่อถามว่า การที่มีชื่อนายทักษิณจะทำให้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่มี ตนก็ตรงไปตรงมา ตนไม่มีอะไร และไม่มีใครมาสั่งหรือบอกอะไรทั้งนั้น ตนก็เจอจากข่าวแค่นี้


เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นประเด็นทางการเมืองต่อหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องมิติทางการเมืองตนไม่ทราบ ตนดูมิติทางกฎหมาย แต่ไม่น่าจะมี เพราะทุกคนก็จับตามองพวกตนอยู่เหมือนกัน ใครจะไปกล้าทำผิดกฎหมาย เมื่อถามว่าหากนายทักษิณรู้แล้วว่าไม่เข้าเกณฑ์ แต่ยังยื่นเข้ามาจะมีผลหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ที่จะยื่นได้ ไม่ได้มีโทษ ใครคิดว่าเข้าเงื่อนไขก็ยื่นมาได้เหมือนกัน เราก็วินิจฉัยไปตามนั้น


ส่วนหลังจากยื่นคำร้องแล้วจะใช้เวลาพิจารณานานแค่ไหน นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องเข้าคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง หากมีมติก็ต้องดูว่ามีเหตุผลอย่างไรก่อนจะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการชุดใหญ่


เมื่อถามว่า การที่นายทักษิณให้เหตุผลว่าคดีของตัวเองเกิดจากผลพวงการรัฐประหาร แบบนี้ถือว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนไม่กล้าพูดตอนนี้ เพราะยังไม่เห็นเอกสาร เป็นกระแสข่าวที่ได้ยินมาอยู่แล้ว แต่ยังไม่เห็น ตนจึงยังไม่กล้าพูดและกล้าให้ความเห็น